เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยภายใน 4 เดือนนี้ให้เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ได้มากที่สุด รวมทั้งเพิ่มความใส่ใจการดูแลการเดินทางให้กับประชาชน ขณะเดียวกันในการก่อสร้างต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งการก่อสร้าง และการให้บริการ และเร่งจัดทำมาตรการลดภาระค่าโดยสาร และค่าผ่านทางพิเศษ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพในการเดินทางให้แก่ประชาชน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคมมีแผนปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการ ทำเร็ว เห็นผลเร็ว (Quick Win) แบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.โครงการที่จะเปิดให้บริการได้ภายใน 4 เดือน ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางยกระดับทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) มอเตอร์เวย์ M82 (M82) สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ระยะทาง 24.6 กิโลเมตร(กม.) โดยภายในเดือน ต.ค.2568 จะเปิดให้บริการช่วงทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย ได้ก่อน ส่วนตลอดเส้นทางตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทางจะเปิดให้บริการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 เดือน เม.ย.2569,

โครงการมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม. ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 จะเปิดให้บริการตลอดทั้งเส้น ในรูปแบบฝั่งเดียว แต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 จะสามารถเปิดตลอดเส้นทางได้ทั้ง 2 ฝั่ง, มอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กม. จะเริ่มให้บริการทุกวันตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 จากเดิมจะเปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์-จันทร์, โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) จ.บึงกาฬ จะเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค.2568 และเปิดให้บริการรถไฟทางคู่ ระยะ(เฟส)ที่ 1

2.โครงการที่ต้องเปิดประกวดราคาให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน ได้แก่ โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์หมายเลข 5 (M5) ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข สายรังสิต-บางปะอิน ระยะทาง 22 กม., โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M9 สายบางขุนเทียน-บางบัวทอง ระยะทาง 35.8 กม., โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 338 (ถนนบรมราชชนนี) เฟส 1 ช่วงพุทธมณฑลสาย 3-พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทางรวม 4.63 กม., โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา-อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง, โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง-ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่, โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ศูนย์รังสิต, โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี)

และ 3.โครงการค้างท่อที่จะต้องเสนอ ครม. พิจารณาภายใน 4 เดือน ได้แก่ โครงการทางด่วนสายฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก (N2 เดิม) ระยะทาง 6.67 กม. วงเงิน 13,666 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 (M9) สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน ระยะทาง 35 กม. วงเงิน 16,000 ล้านบาท, โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 (มอเตอร์เวย์)  สายนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ ระยะ(เฟส)ที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 61,154 ล้านบาท, โครงการทางพิเศษ สายศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมระยะทาง 15.8  กม. วงเงิน 20,710 ล้านบาท,

โครงการรถไฟทางคู่ เฟสที่ 2 จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร(กม.) วงเงิน 30,422 ล้านบาท 2. ช่วงสุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท และ 3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลัก ด้านทิศตะวันออก (East Expansion)  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) วงเงินประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท, โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง(ทดม.) เฟสที่ 3 วงเงิน 36,829 ล้านบาท, โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) เฟสที่ 1 วงเงินประมาณ 15,000 ล้านบาท และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต เฟสที่ 2 วงเงิน 6,211 ล้านบาท.