เมื่อวันที่ 21 ก.ค. พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้สืบสวนขยายผลจากการจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวก่อนหน้านี้ จนทราบว่า มีการลำเลียงแรงงานต่างด้าวไปพักไว้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อรอการกระจายตัวไปยังพื้นที่ต่างๆ โดยใช้รถยนต์อเนกประสงค์รับแรงงานจากแนวชายแดนผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร
จากการเฝ้าติดตามพฤติกรรม พบว่ารถยนต์อเนกประสงค์คันต้องสงสัยได้เดินทางไปรับแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่ภาคเหนือ และกำลังมุ่งหน้าผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทาง กระทั่งพบรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ทะเบียน กฉ 9905 ราชบุรี ขับมาตามถนนโรจนะ โดยมีลักษณะตัวรถคล้ายบรรทุกน้ำหนักมากและใช้ความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงขับติดตามพร้อมส่งสัญญาณไฟและเสียงให้หยุดรถ ก่อนสกัดตรวจสอบได้บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 15-16 ถนนโรจนะ ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
จากการตรวจค้น พบผู้ขับขี่คือ นายซอ คิม มอง วิน (SAW KHIN MAUNG WIN) อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา และภายในรถพบชายสัญชาติเมียนมาอีก 12 คน นั่งอัดแน่นอยู่ภายในรถ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัว ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดสามารถนำมาแสดงได้

จากการสอบสวน ผู้ขับขี่ยอมรับว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 69 เวลาประมาณ 16.00 น. ได้รับการติดต่อจากชายไทยชื่อเล่น “นายอ้วน” ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ใช้ชื่อบัญชี “จิ่งคนหล่อ” ให้ไปรับแรงงานต่างด้าว 12 คน จาก จ.เชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยได้รับค่าจ้างคนละ 3,000 บาท และยอมรับว่าทราบดีว่าแรงงานทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนที่ถูกต้อง
ด้านแรงงานต่างด้าวทั้ง 12 คน ให้การผ่านล่ามว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยเสียค่าใช้จ่ายคนละประมาณ 7,000-8,000 บาท และยอมรับว่าไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่าแรงงานต่างด้าวทั้งหมดอยู่ในอาการอ่อนเพลียจากการเดินทาง และยังไม่ได้รับประทานอาหาร เนื่องจากผู้ขับขี่ไม่กล้าจอดพักระหว่างทาง เกรงว่าจะเป็นที่สังเกต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจัดหาอาหารและน้ำดื่มให้รับประทาน เพื่อบรรเทาความอ่อนล้าก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาผู้ขับขี่ในความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม” ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 12 คน ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ภายหลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.อุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและผู้ว่าจ้างที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป.



