สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่า ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ระบุว่า ปัญหาไฟฟ้าดับส่งผลกระทบต่อโครงสร้างกักเก็บแกนปฏิกรณ์ที่ได้รับความเสียหายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลฉุกเฉิน 2 เครื่อง ซึ่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับโรงไฟฟ้าแห่งนี้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น 8 วัน หลังโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในภูมิภาคซาโปริซเซียที่รัสเซียยึดครอง ทางตอนใต้ของยูเครน ประสบปัญหาไฟฟ้าดับเช่นกัน ซึ่งยูเครนระบุว่า สถานการณ์ในปัจจุบันถือว่า “วิกฤติ” แต่รัสเซียยืนยันว่า “ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้”

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเหตุการณ์ทำให้เกิดความกังวลเพิ่มขึ้น เกี่ยวกับความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของยูเครน ซึ่งถูกโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารเมื่อปี 2565

“ในวันนี้ การโจมตีของรัสเซียต่อสถานีไฟฟ้าย่อยแห่งหนึ่งในเมืองสลาวูทิช ทำให้ไฟฟ้าดับนานกว่า 3 ชั่วโมง ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลเดิม รวมถึงโครงสร้างการกักเก็บเพื่อความปลอดภัยที่สร้างขึ้นใหม่ (เอ็นเอสซี)” ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก

นอกจากนี้ เซเลนสกียังกล่าวหาว่า รัสเซียเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของโลก และเรียกร้องให้มี “มาตรการตอบโต้ที่รุนแรง”

ขณะที่ไอเออีเอ ระบุว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ขาดการเชื่อมต่อกับสถานีไฟฟ้าย่อยในเมืองสลาวูทิช โดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม แต่เสริมว่าโรงไฟฟ้าเปลี่ยนไปใช้สายไฟฟ้าเส้นอื่นอย่างรวดเร็ว และกลับมาใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ ส่วนเอ็นเอสซี ได้รับกระแสไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลฉุกเฉิน 2 เครื่อง.

เครดิตภาพ : AFP