สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 2 ค.ค. ว่า ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ขออภัยอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการกระทำในอดีต ที่รัฐให้การสนับสนุนในการส่งเด็กจำนวนหลายหมื่นคนไปยังต่างประเทศเพื่อการรับอุปการะ โดยระบุว่า “เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างไม่เป็นธรรม”
โครงการดังกล่าวซึ่งเป็นรูปแบบของ โครงการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ เริ่มขึ้นหลังสงครามเกาหลีที่ยาวนาน 4 ปี และสิ้นสุดเมื่อปี 2496 ข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า มีการส่งเด็กมากกว่า 140,000 คน ไปยังต่างประเทศเพื่อการรับเลี้ยง ระหว่างปี 2498-2542
South Korea's president apologized on Thursday for the first time over state-sanctioned malpractices in sending tens of thousands of children overseas for adoption, saying "unjust human rights violations" were committed.https://t.co/5yMzIPPB7Q
— Philstar.com (@PhilstarNews) October 2, 2025
ขณะที่ผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลเกาหลีใต้หลายชุดในหลายสมัย มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดส่งเด็กไปยังต่างประเทศ ผ่านวิธีการทุจริตหลายรูปแบบ รวมถึงการปลอมแปลงเอกสารและการเปลี่ยนตัวตน การลงทะเบียนเด็กกำพร้าโดยทุจริต และกระบวนการการตรวจสอบผู้ปกครองซึ่งรับเลี้ยงเด็กที่ยังไม่ละเอียดเพียงพอ
นอกจากนั้น คณะกรรมาธิการซึ่งตรวจสอบเรื่องนี้ยังพบว่า “มีหลายกรณีที่ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการขอความยินยอมทางกฎหมายที่ถูกต้อง” ของผู้ปกครองผู้ให้กำเนิด และเรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้ ขอโทษอย่างเป็นทางการ
อนึ่ง การรับเลี้ยงเด็กต่างประเทศกลายเป็นธุรกิจใหญ่ในเกาหลีใต้ ระหว่างช่วงทศวรรษ 1970-1980 สร้างรายได้มหาศาล และมีส่วนสำคัญช่วยให้เกาหลีใต้สามารถฟื้นตัวจากความยากจนหลังสงคราม และพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยังคงมีรายงานเกี่ยวกับการส่งเด็กชาวเกาหลีใต้ไปยังต่างประเทศเพื่อการรับอุปการะ มากกว่าปีละ 100 คน
แม้รัฐบาลเกาหลีใต้ในสมัยประธานาธิบดีคิม แด-จุง เคยขอโทษอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้มาแล้ว เมื่อปี 2541 แต่ผู้นำเกาหลีใต้ในเวลานั้น ไม่ได้ขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบของรัฐ ต่อการทุจริตในกระบวนการที่เกิดขึ้นมาหลายทศวรรษ.
เครดิตภาพ : AFP



