พรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายแค้น ต้องเดินหน้าดิสเครดิตรัฐบาลรัวๆ เริ่มตั้งแต่เรื่องภูมิใจไทยทำ MOA กับพรรคประชาชน (ปชน.) มาเป็นรัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญ ก็จะร้องศาลรัฐธรรมนูญยุบสองพรรค
ล่าสุดวันที่ 1 ต.ค.2568 นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็ยังรับหนังสือจาก “ทนายอั๋น” ภัทรพงศ์ ศุภักษร ที่เสนอยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย 4 ประเด็น กล่าวหาหัวหน้าพรรค ขาดคุณธรรมจริยธรรม เพราะ 1.ย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่เขตเขากระโดง ทั้งๆที่เป็นพื้นที่มีข้อพิพาท 2.มีชื่อเกี่ยวพันกับคดีฮั้วเลือก สว. (แม้กกต.จะยังไม่แจ้งให้ไปรับทราบข้อหา) 3.เคยใช้อำนาจเอาถนนหลวง ของ อบต.ปากช่อง ทำรันเวย์เครื่องบินส่วนตัว 4.แต่งตั้งบุคคลที่อาจมีปัญหาคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี ซึ่ง นพ.เชิดชัย รับเรื่องและว่าจะเอาเข้าที่ประชุมพรรค วันที่ 7 ต.ค.ว่าจะให้ สส.เข้าชื่อถอดถอน “นายกฯหนู” หรือไม่
ทางด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ดูจะโกรธควันออกหู ที่ “นายกฯหนู” บลัฟกลับในวันแถลงนโยบาย ว่า “เพื่อไทยไม่ใช่เจ้าของโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่” เพราะมันเป็นโครงการที่เริ่มทำนำร่องสมัย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนปี 2563 ซึ่งขณะนั้น “นายกฯหนู” เป็น รมว.สาธารณสุข โดยเริ่มในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อน ซึ่ง นพ.ชลน่าน ประณามแรงว่า ทั้งเคลม ตีกิน ด้อยค่าคนอื่น กดเหยียด ขาดภาวะผู้นำที่พูดแบบนี้ ซึ่งคนเพื่อไทยก็น่าจะโมโหกันจริงๆ เพราะชื่อ “30 บาท” เป็นนโยบายขายมาตั้งแต่ตอน “อดีตนายกฯแม้ว”ทักษิณ ชินวัตร นำหาเสียงให้พรรคไทยรักไทย
“เพื่อไทย” กับ “ภูมิใจไทย” ก็คงจะฟาดฟันกันอีกหลายครั้งก่อนยุบสภา ซึ่ง “นายกฯหนู” ถือว่าเชี่ยวชาญการเมืองพอจะสู้มือได้เอง แต่คนที่อ่อนพรรษาน่าเป็นห่วงว่าจะเปิดช่องให้ “ฝ่ายแค้น” พุ่งแทงเอาง่ายๆ น่าจะเป็น “เลขาฯนก”ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเผลอเปิดช่องจากการที่ในวันแถลงผลงาน เขาพูดว่า “มีคนเสนอผ่านคนใกล้ชิดมาว่าถ้ารมว.ดีอี ไม่จับกุมกลุ่มสแกมเมอร์ จะให้เดือนละ 40 ล้านบาท”
จุดที่พลาด คือเมื่อโดนนายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซักในวันแถลงนโยบาย “เลขาฯนก” ก็ตอบแบ่งรับ แบ่งสู้ ทำนองว่า “จะพยายามตรวจสอบติดตาม แต่ไม่ทราบว่าจะได้รับความร่วมมือหรือไม่” ซึ่งฟังแล้ว“ไม่เวิร์ค” คนมีหน้าที่รับผิดชอบในการปราบปรามมิจฉาชีพ ท่าทีต้องแข็งขันหรือต้องแข็งกร้าวที่จะลากตัว “โจร” มาติดตะราง
วันถัดมา “เลขาฯนก” ออกมาระบุว่า “ได้สั่งการให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดดีอี ติดตามข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งรวบรวม หลักฐาน เพื่อดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อไป งานนี้เข้าทาง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรมว.ดีอี ออกมาขย่มผ่านเฟซบุ๊กว่า “เป็นรัฐมนตรี 2 ปี ไม่เคยมีผู้ใดมาเสนอผลประโยชน์ เพื่อไม่ให้จับแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ จนทำให้มูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ลดลงกว่าครึ่ง แปลกใจที่รมว.ดีอี ยังไม่ทันได้ทำหน้าที่ แต่มีคนมาเสนอมอบเงินผลประโยชน์ถึงเดือนละ 40 ล้านบาท เมื่อท่านยืนยันว่าจะทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผมจึงขอแนะนำให้เร่งดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษโดยเร็ว อย่าดีแต่พูด อย่าทำตัวเป็นรัฐมนตรีต้นทุนต่ำ”
“เลขาฯนก” ในฐานะรมต.ใหม่ และในฐานะผู้เปิดประเด็นสินบน ตรงนี้คือความท้าทายหนักที่ต้องพิสูจน์การทำงานของตัวเอง และอย่าเผลอเปิดช่องให้ฝ่ายแค้นได้แทงและจับผิดตรวจสอบเข้มข้นแบบทุกเม็ด
เพราะแรงแค้นยิ่งมาก รัฐบาลยิ่งต้องระวังทุกย่างก้าว.



