เมื่อวันที่ 2 ต.ค. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการแก้ไขภาพงานศิลปะ บริเวณซอยเจริญกรุง 30 ที่ถูกทำลายด้วยการพ่นสีทับว่า จากการสำรวจขณะนี้ พบว่ามีเพียงชิ้นงานเดียวที่ได้รับความเสียหาย ส่วนชิ้นงานที่เหลือได้ให้สำนักงานเขต และสำนักจราจรและขนส่ง (สจส.) มอนิเตอร์ผ่านกล้อง CCTV เพื่อเฝ้าระวังเพิ่มเติม ส่วนชิ้นงานที่ถูกทำลายเสียหาย ทางศิลปินไทยได้มีการพูดคุยรวมตัวกันจะเข้ามาช่วยกันแก้ไข ซึ่งทางสถานทูตเองก็มีความยินดีสนับสนุน

ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายนั้นต้องแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นคือ 1.งานศิลปะบนพื้นที่สาธารณะ เมื่อได้รับความเสียหาย ซึ่งกทม.เป็นผู้ดูแลชิ้นงานดังกล่าว ก็ได้แจ้งความแล้ว เพราะเป็นโปรเจกต์ที่ร่วมมือกับทางสถานทูตด้วย ก็เป็นเรื่องใหญ่ 2.ทรัพย์สินส่วนบุคคล จะเห็นว่ามีการพ่นสีบนพื้นที่กำแพงตามบ้านหรือที่ส่วนบุคคล ซึ่งไม่ใช่ที่สาธารณะ อยากให้เจ้าของทรัพย์สินเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด ไม่อยากให้ปล่อยผ่าน
นายศานนท์ ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้มึการพูดคุยมองหาพื้นที่สาธารณะที่ว่าง อย่างเช่นในย่านเจริญกรุงก็พอมองเห็นว่ามีที่ว่างอยู่ ก็อาจจะใช้พื้นที่ผนังใหญ่ให้ได้ปลดปล่อยฝีมือศิลปะ หรือ บอมบ์กันเต็มที่ หากได้พื้นที่แล้วก็จะประกาศให้ชัดเจน
ด้านนางพรพัน วัฒนสินธุ์ ผอ.เขตบางรัก กล่าวถึงการดำเนินคดีกลุ่มคนตระเวนพ่นสีตามกำแพง ประตูอาคาร ผนังต่าง ๆ ทั้งในที่ส่วนบุคคลและในที่สาธารณะว่า กรณีนี้สำนักงานเขตบางรักได้ประสานส่งต่อเรื่องให้กับตำรวจในพื้นที่ ได้แก่ สน.บางรัก สน.ยานนาวา และ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่เจ้าของพื้นที่ หรือผู้เสียหายไม่ได้เข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ เพราะต้องมีเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความก่อน

สำหรับมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีกนั้น ได้สั่งการให้เทศกิจกวดขันตรวจตราพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมกับตำรวจสายตรวจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเวลายามวิกาล รวมถึงตรวจสอบกล้อง CCTV ในพื้นที่ตามจุดต่าง ๆ พร้อมประสาน สจส. เข้าซ่อมแซมแก้ไขจุดที่กล้องชำรุดและวางแผนติดตั้งกล้องเพิ่มเติม ส่วนตู้สัญญาณสื่อสาร ป้ายรถประจำทาง ป้ายสัญญาณจราจร และป้ายต่าง ๆ ที่ถูกขีดเขียน หรือพ่นสีทับสกปรก จัดเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดในเบื้องต้น พร้อมประสานหน่วยงานที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินให้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดด้วย
ขณะที่ นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษก กทม. เปิดเผยว่า กทม.มีนโยบายเปิดพื้นที่ของเมืองให้เต็มไปด้วยศิลปะที่หลากหลาย ประชาชนเข้าถึงได้ และส่งเสริมให้ศิลปินมีพื้นที่สำหรับผลิตผลงานและแสดงฝีมืออย่างสร้างสรรค์ แต่ท่ามกลางความเห็นหลากหลายในขณะนี้ ถึงนิยามที่แน่ชัดของ Street Art และ Graffiti หรือกระทั่ง Mural Art

ดังนั้น เพื่อให้การเปิดพื้นที่ของเมืองให้กับศิลปะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ พร้อมการสนับสนุนให้คนได้แสดงความสามารถอย่างเคารพกฎหมาย สิทธิและทรัพย์สินสาธารณะ กทม. ขอเป็นตัวกลางในการนำศิลปินมาพบกับพื้นที่ และให้เจ้าของพื้นที่ได้พบกับศิลปิน จึงขอเชิญชวนคนที่มีผนังอยากให้คนมาวาดและศิลปินที่มีความประสงค์ต้องการวาด สามารถส่งข้อมูลผ่านแบบฟอร์มได้ที่ https://forms.gle/qKhS1jxuZ8tzBbVG8 ทั้งนี้ ขอสงวนสิทธิ์ให้เจ้าของผนังเป็นผู้เลือกศิลปิน.



