เมื่อวันที่ 3 ต.ค. พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อม พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ และ พ.ต.อ.ยุทธพงศ์ รอดนวล ผกก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ นำรถจักรยานยนต์จำนวน 53 คัน รถยนต์ 2 คัน สมุดบันทึกการรับจำนำ 2 เล่ม และเอกสารรับจำนำรถจำนวน 121 ชุด มาแถลงผลการจับกุมแก๊งรับจำนำรถในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากบริษัทไฟแนนซ์ที่ให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ว่าลูกค้าเป็นจำนวนมาก ที่มาซื้อรถมีพฤติการณ์ที่ตั้งใจมาออกรถแล้วเอาไปจำนำกับคนรับจำนำ

จากการสืบสวนก่อนหน้านี้พบว่า นายวิทยา (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ อดีตเคยเป็นอาสาสมัครทหารพรานค่ายแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคอีสาน ก่อนผันตัวมาเป็นผู้รับจำนำรถในพื้นที่ ในเวลาต่อมาได้มี น.ส.พิมพ์พร เกียรตินวพล อายุ 40 ปี เจ้าหน้าที่บริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง ที่มาดูจักรยานยนต์ของกลางที่ตำรวจตรวจยึดมาได้ พร้อมเผยว่า ตนได้รับมอบจากบริษัทมาดูรถที่ยึดมา เบื้องต้นคาดว่าจะมีรถของบริษัทอยู่ในจำนวนนี้หลายคัน เพราะส่วนใหญ่รถมีสภาพใหม่

ด้าน พล.ต.ต.วรายุส์ กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า นายวิทยา รับจำนำจยย.มานานกว่า 10 ปี เมื่อได้รถจำนวนหนึ่งก็จะขนใส่รถตู้ทึบและเอาไปส่งขายให้กับพ่อค้าชาวกัมพูชา แต่ช่วงนี้ด่านชายแดนปิด ทำให้รถส่งออกไม่ได้ ตกค้างจำนวนมาก ส่วนสาเหตุที่ นายวิทยา มาประกอบอาชีพด้านนี้ คาดว่าน่าจะรู้เส้นทางขนส่งสิ่งของผิดกฎหมายทางช่องทางธรรมชาติได้เป็นอย่างดี เพราะเคยเป็นทหารพราน จากนี้จะสืบสวนหาข้อมูลในเชิงลึกต่อไป

เบื้องต้น นายวิทยา ถูกแจ้งข้อหา “…รับจำนำรถโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงรับจำนำมาตรา 5 และ 46, ประกอบกิจการจัดหามาซึ่งเงินทุนแล้วให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินในลักษณะประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต, ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกอัตราดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้หรือรับของโจร…”




