เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยให้คำมั่นจะทำงาน 4 เดือน ยุบสภาปลายเดือนมกราคม 2569 ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งมีปัญหาสารพัดต้องเร่งแก้ไข ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ภัยพิบัติไม่คาดฝัน รอต้อนรับนายก ฯ ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เกี่ยวพันไปถึงบริษัทรับเหมาชื่อดังก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ขณะนี้เจอปัญหาน้ำท่วม จ.อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอีกหลายจังหวัด ประชาชนเดือดร้อน ทรัพย์สิน บ้านเรือน ไร่นา สัตว์เลี้ยงทางเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ขอให้นายกฯ เร่งแก้ปัญหาลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อน สั่งการไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง สำรวจบ้านเรือน พื้นที่ทางการเกษตร ปศุสัตว์ ที่ได้รับความเสียหาย พร้อมกับวางแผนรับมือล่วงหน้า จังหวัดไหน พื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากพายุ ฝนตกหนัก น้ำหลากที่จะไปถึง ท่านเป็นนายกฯ หัวหน้าฝ่ายบริหาร ควบคุมมหาดไทย กลไกลรัฐ สั่งการได้ทันที ไม่ต้องรอให้เกิดความเสียหายแล้วถึงไปแก้ไข ไม่อยากเห็นภาพ วัวหายก่อนแล้วค่อยล้อมคอก
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า เวลา 4 เดือน รัฐบาลอนุทิน ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ไม่อยากให้เกิดภาพตามที่นักวิเคราะห์การเมืองกังวล ระยะเวลา 4 เดือน ต้องเร่งตุนคะแนนเสียง เตรียมเลือกตั้ง ทำเพื่อผลประโยชน์พรรคการเมืองและพวกพ้อง ปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ ต้องแก้ไขทันที นอกจากนี้ตนได้ยินข่าวมาว่า บางกระทรวงนอกจากรัฐมนตรีว่าการแล้ว เริ่มมีการขยับ ส่งไอ้โม่งไปคอยกำกับควบคุมอีกชั้น มีอำนาจไม่น้อยไปกว่ารัฐมนตรี แต่มีจุดประสงค์เพื่อเข้าไปทำอะไรบางอย่าง ที่ไม่ใช่เรื่องของการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ภาวนาว่าอย่าให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นจนเรื่องแดงขึ้นมา
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทย 2 ปีที่ผ่านมา มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เรากำลังจะกลับมา แม้วันนี้จะถอยมาเป็นฝ่ายค้าน แต่บุคลากรของพรรคพร้อมตรวจสอบทุกโครงการ โดยเฉพาะเรื่องที่อาจเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ส่วนพรรคประชาชน แฟนคลับผิดหวังไปยกมือโหวตให้นายอนุทิน ในการอภิปรายในวันแถลงผลงานรัฐบาล ดูเสมือนจะอภิปรายพอเป็นพิธี
“เข้าใจดีว่าจุดประสงค์ของพวกท่าน ให้ความสำคัญการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วง 4 เดือนนี้ แล้วจะต้องไปเบามือตรวจสอบ ที่ผ่านมาเริ่มแสดงท่าทีตั้งแต่เรื่องเขากระโดง ฮั้ว สว. ไม่เดินหน้าจริงจังเหมือนเรื่องสแกมเมอร์ ขอตั้งเป็นคำถามดัง ๆ ไม่รู้ว่าจะมีดีลพิเศษอะไรเกี่ยวพันถึงคดีของ 44 สส. ที่เคยเข้าชื่อแก้ไขมาตรา 112 หรือไม่ วันเวลาจะพิสูจน์สีส้ม สีน้ำเงิน สุดท้ายจะเป็นส้มอมน้ำเงิน หรือน้ำเงินกลืนส้มหรือเปล่า สีส้มต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งจริงจัง อย่าเอาแต่ค้ำยันหรือค้านแบบแก้ต่างให้สีน้ำเงิน ไม่อย่างนั้นคงจะมีจุดจบไม่สวยวันเลือกตั้ง” นายพร้อมพงศ์ กล่าว



