นายวิโรจน์ แหวนทองคำ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตงาน(TOR) โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน วงเงินงบประมาณ 15,355.6 ล้านบาท กำหนดราคากลาง 15,301.380 ล้านบาท ให้สัมภาษณ์ “ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” ว่า สัปดาห์หน้าจะประชุมคณะกรรมการร่างTOR เพื่อพิจารณาข้อวิจารณ์ครั้งแรกหลังประกาศร่างTORวันที่ 19 -26 ก.ย.2568 รวม 7 วัน ได้รับความสนใจจำนวนมาก มีผู้ส่งข้อวิจารณ์มากว่า 40 ราย สรุปประเด็นหลักๆ ได้ประมาณ 10 เรื่ิอง โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดความยาวรถไม่น้อยกว่า 10.5 เมตร มีข้อวิจารณ์จำนวนมาก

ยืนยันว่า การใช้รถเล็กลงจากที่ขสมก.เคยมีที่ 12 เมตร เพื่อความคล่องตัวในการบริการเส้นทางในเมืองการจราจรหนาแน่น ประหยัดพลังงานไฟฟ้ามากกว่า สามารถหมุนรอบบริการได้มากกว่า โดยบรรจุผู้โดยสาร 31 ที่นั่ง รวมผู้โดยสารยืน 60 ที่นั่ง บริการรถวีลแชร์ 1-2 ที่นั่ง อ้างอิงจากขนาดรถของบริษัทในท้องตลาด 11 รายประกอบด้วย 1.บริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ไทย สบายล์ บัส จำกัด 3.บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด 4.บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด 5.บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด
6.บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด 7.บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด 9.บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน)10.บริษัท อรุณ พลัส จำกัด และ 11.บริษัท เฟิร์ส ทรานสปอร์ต จำกัด
นอกจากนี้ยังมีเรื่องคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่กำหนดผลงานการให้เช่าหรือเช่าพร้อมซ่อมบำรุงรถยนต์หรือรถโดยสารหรือมีรายได้จากการเช่าหรือเช่าพร้อมซ่อมบำรุงรถยนต์หรือรถโดยสารหรือประกอบกิจการขนส่งผู้โดยสาร วงเงินไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากสมัยที่ประมูลรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ไม่ได้กำหนดคุณสมบัติข้อนี้ ในที่สุดก็เกิดปัญหาสภาพคล่องในการซ่อมรถไม่สามารถส่งมอบรถให้บริการและเกิดปัญหาฟ้องร้องตามมา

สำหรับคำถามว่าจะแก้ไขร่างTORใหม่ตามข้อวิจารณ์หรือไม่นั้น ขอหารือในคณะกรรมการก่อน แต่ยืนยันว่าจะพิจารณาให้เกิดความรอบคอบโปร่งใส และเป็นประโยชน์กับผู้โดยสารและขสมก.มากที่สุด ไม่ปิดกั้นผู้ประกอบการ ส่วนตัวไม่หนักใจกับข้อวิจารณ์สามารถชี้แจงได้ทั้งหมด เมื่อกรรมการฯตกผลึกได้แล้วจะประกาศร่างTORครั้งที่ 2 อีก 3 วันในเร็วๆนี้
และยังมั่นใจว่าจะบริหารจัดการประมูลกำหนดวันยื่นข้อเสนอ 12 พ.ย.2568 โดยผู้ที่ผ่านคุณสมบัติและเสนอราคาต่ำสุดจะเป็นผู้ชนะ โดยรถลอตแรก 500 คัน กำหนดส่งมอบบริการประชาชนประมาณปลายปี 2569 และครบทั้งหมดภายในปี 2570 เพื่อมาทดแทนรถเมล์ร้อนครีมแดงที่จะปลดระวาง
“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานด้วยว่า เดิมรถปรับอากาศขสมก.เก็บค่าโดยสาร 15-20-25 บาท ส่วนรถร้อนเก็บ 8 บาท นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงคมนาคม ไว้ว่า จะเก็บค่าโดยสารรถเมล์ใหม่ของขสมก.ในอัตรา 8 บาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนจากการยกเลิกรถเมล์ร้อน



