นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (เอดับบลิวเอส ) ประเทศไทย เปิดเผยว่า เอดับบลิวเอส ได้แพร่รายงานผลการศึกษาล่าสุด ในชื่อ “ปลดล็อกศักยภาพ AI ของประเทศไทย ปี 2569” พบว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ช่วงที่การนำ เอไอ มาใช้งานมีความท้าทายและซับซ้อนมากขึ้น โดยการใช้งาน เอไอ กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบัน 43% ของธุรกิจมีการใช้เอไออย่างต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นจาก 32% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งคิดเป็นธุรกิจกว่า 220,000 แห่งที่เริ่มนำ เอไอมาใช้ในช่วงปีที่ผ่านมา โดบภาคธุรกิจต่างเริ่มเห็นผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม โดย 84% ของธุรกิจที่ใช้ เอไอ รายงานว่ามีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น 71% มีรายได้เพิ่มขึ้น และ 64% ระบุว่าสามารถเร่งการสร้างนวัตกรรมได้เร็วขึ้น และโอกาสสำคัญในระยะต่อไปคือการต่อยอดจากความสำเร็จดังกล่าว
“ 74% ของธุรกิจที่ใช้ เอไอ ยังคงเน้นไปที่การใช้งานขั้นพื้นฐาน เช่น แชทบอท เครื่องมือสำเร็จรูป และการเพิ่มประสิทธิภาพแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ในขณะที่มีเพียง 9% เท่านั้นที่ใช้ เอไอ ขั้นสูง เช่น ระบบที่พัฒนาขึ้นเฉพาะองค์กร การใช้โมเดลเอไอ หลายรูปแบบร่วมกัน หรือ เอเจนติก และ ออโตโนมัส เอไอ หรือ ที่ทำงานและตัดสินใจได้ด้วยตนเอง การก้าวไปสู่การใช้งานในระดับที่ลึกขึ้นจะช่วยให้ธุรกิจปลดล็อกคุณค่าของ เอไอ ได้มากขึ้น ทั้งในด้านนวัตกรรม รูปแบบการดำเนินงานใหม่ ๆ และขีดความสามารถในการแข่งขัน”
นายวัตสัน กล่าวว่า แรงขับเคลื่อนด้าน เอไอ ของประเทศไทยกำลังเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และในปีนี้เราได้เห็นลูกค้าจำนวนมากก้าวจากการทดลองใช้งานไปสู่การนำ เอไอ ไปใช้งานจริงในองค์กรแล้ว ระยะต่อไปคือการขยายการใช้งาน เอไอ ให้ครอบคลุมทั่วทั้งธุรกิจ ผ่านการผสาน เอไอ เข้ากับกระบวนการทำงานหลัก การพัฒนาศักยภาพภายในองค์กร และการพัฒนาระบบที่ก้าวหน้ามากขึ้น เช่น เอเจนติก เอไอ ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลที่ชัดเจน โดย เอดับบลิวเอส มุ่งมั่นที่จะช่วยให้องค์กรในประเทศไทยก้าวจากความสำเร็จในระดับโครงการไปสู่การสร้างผลลัพธ์ในระดับองค์กร เพื่อเปลี่ยนการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่เกิดขึ้นในระยะแรก ให้กลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว



