เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ส.ค. ที่สำนักงาน กสทช. จัดประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. โดยการประชุมครั้งนี้มีการจับตาจากหลากฝ่าย หลังการประชุมล่มมา 3 ครั้ง โดยมีกรรมการเข้าประชุม ประกอบด้วย นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ น.ส.พิรงรอง รามสูต ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ขณะที่ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร เข้าร่วมประชุมผ่านออนไลน์ ขณะที่ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ลากิจ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม
เมื่อเริ่มการประชุม 3 คณะกรรมการ กสทช. นำโดย พลอากาศโท ธนพันธุ์ น.ส.พิรงรอง และ ดร.ศุภัช ได้เดินออกนอกห้องประชุมเหมือนเดิม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ จึงพักการประชุม 30 นาที เมื่อถึงเวลา 10.00 น. ปรากฏว่าองค์ประชุมยังไม่ครบ สำนักงานจึงได้ประกาศเลื่อนประชุม ทำให้การประชุมบอร์ดต้องเลื่อนออกไปโดยจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 13 ส.ค. 69

นพ.สรณ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กล่าวหลังการประชุมล่ม ว่า เหตุผลที่ยังคงต้องนัดประชุม กสทช. เนื่องจากมีเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งให้กรรมการ กสทช. ทุกท่านทราบ ทั้งประเด็นคำสั่งศาลปกครองที่ไม่รับฟ้อง และพยานหลักฐานใหม่จากมหาวิทยาลัยมหิดล แม้จะมี กสทช. บางท่านไม่ได้เข้าร่วมประชุมก็ตาม สำหรับคำสั่งศาลปกครองที่ไม่รับฟ้อง ให้เหตุผลว่าตนไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย ซึ่งหมายความว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาไม่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ โดยตนยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายต่อไปจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง
“คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยว่าตนสละสิทธิและไม่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ต้น แต่ตามกฎหมาย การสละสิทธิต้องเกิดขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งขณะนั้นนายกรัฐมนตรีน่าจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ปลายเดือน ม.ค. ขณะที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ดังนั้น คำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาที่อ้างว่ามีผลทันทีจึงไม่ถูกต้อง โดยตนอยู่ระหว่างเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง”

นพ.สรณ กล่าวต่อว่า ตนเพิ่งได้รับหนังสือตอบจากมหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันว่าได้ลาออกจากความเป็นพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัยและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเรียบร้อยสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 65 โดยช่วงวันที่ 8 ม.ค. ถึง 12 เม.ย. 65 เป็นเพียงการประกอบวิชาชีพแพทย์อิสระเฉพาะทางตามความจำเป็นในการส่งต่อผู้ป่วย ไม่ได้รับเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัย และมีหลักฐานการเสียภาษีประจำปี 65 ยืนยันชัดเจนว่าเป็นรายได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ใช่เงินเดือนหรือค่าจ้างตามมาตรา 40(1) ตามที่กรรมการสรรหาวินิจฉัย

“ผมมีคำถามฝากไปยังคณะกรรมการสรรหาว่า เหตุใดจึงไม่รอหนังสือตอบจากมหาวิทยาลัยมหิดล ทำไมต้องเร่งรีบประชุมถึง 4 ครั้งภายในเวลาเพียง 37 วัน และได้ตรวจสอบเอกสารจากภาครัฐครบถ้วนหรือไม่ นอกจากนี้ ประธานกรรมการสรรหาเองก็น่าจะสิ้นสุดความเป็นกรรมการไปแล้วเนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 66 ซึ่งควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับการเป็นกรรมการ กสทช. แต่กลับไม่มีการยกประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณา” ประธาน กสทช. กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการลาออกของ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำตัว นพ.สรณ ยืนยันว่า นายประเวศน์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจริงตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนเหตุผลและนัยสำคัญต้องไปสอบถามเจ้าตัวเอง พร้อมย้ำว่าช่วง 4 ปีที่ผ่านมาตนเผชิญแรงกดดันมาโดยตลอด แต่ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดกฎหมายหรือขาดคุณสมบัติ
ส่วนกระแสข่าวลือเรื่องการรีบจัดประชุมเพื่ออนุมัติงบประมาณโครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) นั้น ด้าน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ชี้แจงแทนว่า ประธาน กสทช.ไม่ได้เป็นผู้อนุมัติโครงการเพียงคนเดียว ทุกโครงการต้องผ่านการอนุมัติหลักการจากบอร์ด กสทช. ก่อน จากนั้นสำนักงานจึงนำไปตรวจราคาและหาผู้รับจ้างตามระเบียบ พ.ร.บ.การเงินการคลัง เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นจึงเสนอประธาน กสทช. ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานเพื่อรับทราบหรือเห็นชอบในการลงนามสัญญาจ้างเท่านั้น

นพ.สรณ กล่าวถึงกรณีแรงกดดันต่อนายกรัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และตนเคารพนายกรัฐมนตรีจึงไม่อยากส่งสัญญาณกดดันใดๆ แต่เตรียมทำหนังสือแจ้งข้อมูลและหลักฐานใหม่ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงว่าผลการวินิจฉัยของกรรมการสรรหาไม่ถูกต้อง
ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน ตนยังคงทำงานเต็มเวลาและต้องทำหน้าที่ออกใบอนุญาตตามกฎหมาย หากหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 พร้อมยืนยันว่าการรับค่าตอบแทนจากการประกอบวิชาชีพแพทย์ในวันเสาร์-อาทิตย์ก่อนหน้านี้ เป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่ไม่ขัดหรือแย้งกับการทำงานในตำแหน่งประธาน กสทช. แต่อย่างใด



