วันนี้ (14 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์กว่า 40 ร่างที่มีการเก็บกู้ขึ้นมาจากบ่อน้ำลึกในเมืองโอซิเยก ประเทศโครเอเชีย ซึ่งคาดว่าอาจเป็นร่างของผู้เสียชีวิตจาก “โรคระบาดใหญ่แห่งซิเปรียน” ซึ่งเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่เคยคร่าชีวิตผู้คนและสั่นคลอนจักรวรรดิโรมันในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 3
“เราพบบ่อน้ำยุคโรมันจำนวนมากที่ถูกขุดขึ้นในสมัยโบราณ” มาริโอ โนวัค นักชีวโบราณคดีจากสถาบันการวิจัยทางโบราณคดีในกรุงซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย เผยกับสำนักข่าว Live Science “โดยพื้นฐานแล้ว พวกเขาใช้บ่อน้ำที่แห้งขอดไปแล้วเหล่านี้เป็นที่สำหรับโยนศพลงไป ไม่ว่าจะเป็นคนที่เสียชีวิตจากการสู้รบหรือโรคระบาด”
โนวัคได้นำเสนอผลการวิจัยใหม่เกี่ยวกับการฝังศพปริศนานี้เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ในงานประชุมสมาคมบรรพชีวินวิทยาแห่งยุโรปครั้งที่ 25 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี อย่างไรก็ตาม ผลงานนี้ยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่และยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองข้อมูลทางวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ
หลุมศพดังกล่าวถูกค้นพบเมื่อปี 2551 ใกล้กับสุสานยุคโรมันในเมืองโอซิเยก ซึ่งก่อตั้งโดยจักรพรรดิฮาเดรียนเมื่อปี 676 ในยุคดังกล่าว เมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นพันโนเนียและมีชื่อว่า มูร์ซา มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เนื่องจากเป็นที่ตั้งของกองทหารโรมันที่ช่วยปกป้องแม่น้ำดานูบและชายแดนของจักรวรรดิ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองโบราณแห่งนี้ยังคงจมอยู่ใต้ดินใต้เมืองโอซิเยกในปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ โนวัคและทีมงานเคยพบบ่อน้ำ 2 แห่งที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกชายหนุ่มซึ่งมีบาดแผลฉกรรจ์รุนแรงในช่วงเวลาที่เสียชีวิต นำไปสู่ข้อสรุปว่ากลุ่มชายจากนานาชาติเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการสู้รบที่เรียกว่า ยุทธการแห่งมูร์ซาในปี 803
แต่โครงกระดูกที่นำมาวิเคราะห์ล่าสุดกลับมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง พวกเขาพบร่างของผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 รายภายในบ่อน้ำ ซึ่งมีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ทั้งเพศชายและหญิง และไม่มีร่องรอยบาดแผลรุนแรงใดๆ บนกระดูกเลย
Archaeologists analyzed dozens of skeletons from a mass burial in a well. The lack of injuries suggests people may have died from a plague rather than a battle. https://t.co/9CUMPNaXGu
— Live Science (@LiveScience) August 13, 2026
“ผมบอกได้เลยว่านี่คือร่างของพลเรือนทั่วไป ซึ่งไม่มีอะไรเหมือนกับหลุมศพหมู่สองแห่งก่อนหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบเลย” โนวัคกล่าว “สมมติฐานหลักของเราในตอนนี้คือ คนเหล่านี้น่าจะเป็นเหยื่อของโรคระบาด”
บันทึกทางประวัติศาสตร์ในภูมิภาคยุโรประบุถึงโรคระบาดครั้งใหญ่ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 3 นั่นคือ “โรคระบาดใหญ่แห่งซิเปรียน” ซึ่งเริ่มระบาดในกลุ่มทหารโรมันริมแม่น้ำดานูบ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในหลายพื้นที่ของจักรวรรดิโรมัน แม้ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญจะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่า โรคร้ายนี้อาจเป็นไข้เลือดออกโบราณหรือไข้ทรพิษ (ฝีดาษ)
โนวัคระบุเพิ่มเติมว่า โครงกระดูกเหล่านี้ยังแสดงร่องรอยของโรคที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น โรคข้อเสื่อมบริเวณกระดูกสันหลัง ฟันผุ รวมถึงร่องรอยที่อาจเป็นวัณโรคและโรคลักปิดลักเปิด
จนถึงตอนนี้ กระดูกเหล่านี้ยังไม่ได้เผยสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ ผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอจะช่วยยืนยันได้ว่า ร่างเหล่านี้เป็นของชาวบ้านในพื้นที่ที่ถูกนำมาฝังอย่างเร่งด่วน หรือเป็นร่างของทหารโรมันที่ถูกเกณฑ์มาจากทั่วจักรวรรดิกันแน่
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : livescience.com
เครดิตภาพ : Slavica Filipović, Archaeological Museum Osijek



