วานนี้ (10 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการจับกุม มายู ยาชิดะ พนักงานหญิงวัย 32 ปีประจำร้านอาหารแห่งหนึ่งในโอซากา ในข้อหาก่อกวนการดำเนินธุรกิจของบริษัท ชูเอฉะ หนึ่งในสำนักพิมพ์มังงะรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น 

รายงานข่าวระบุว่า ยาชิดะ สร้างและใช้บัญชีผู้ใช้งานในการสั่งซื้อที่ไม่ซ้ำกันเป็นจำนวนมากถึง 238 บัญชี โดยเธอสั่งซื้อสินค้าไม่ต่ำกว่า 2,100 รายการ รวมมูลค่าสูงถึง 4,300 ล้านเยน (ราว 895 ล้านบาท) ในช่วงระหว่างปี 2567-2568 โดยไม่มีความตั้งใจที่จะจ่ายเงินแม้แต่เยนเดียว

จากการสอบสวนพบว่า ยาชิดะอาศัยช่องว่างของระบบชำระเงินล่วงหน้าผ่านร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสั่งของไว้ก่อน แล้วค่อยไปจ่ายเงินที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อรอการจัดส่ง แต่เมื่อพ้นกำหนดชำระ ระบบก็จะยกเลิกคำสั่งซื้ออัตโนมัติ ซึ่งกระบวนการนี้ส่งผลให้ทางบริษัทต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านขนส่งและคลังสินค้า หรือในบางกรณี เธอก็เลือกบริการเก็บเงินปลายทางแล้วปฏิเสธที่จะรับสินค้าเมื่อพัสดุไปถึง ซึ่งชูเอฉะประเมินความเสียหายเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าขนส่งสุทธิสูงถึง 7.5 ล้านเยน (ราว 1,560 ล้านบาท) ไม่รวมถึงโอกาสทางการค้าที่สูญเสียไปจากการที่สินค้าถูกขึ้นสถานะว่า “สินค้าหมด”

ยาชิดะ ถูกจับกุมตัวเมื่อวันอังคารที่แล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนมานานร่วมปี โดยเธอยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา แต่ยืนยันว่าทำไปเพียงเพื่อปลดปล่อยความเครียดในชีวิตประจำวันเท่านั้น

“ฉันไม่ได้มีความโกรธแค้นอะไรต่อบริษัทชูเอฉะเลยค่ะ” หญิงสาววัย 32 ปีกล่าวเปิดใจ “ที่ผ่านมาฉันรู้สึกเครียดจากการใช้ชีวิตประจำวัน และฉันก็รู้สึก ‘ฟิน’ รวมถึงสดชื่นมากเวลากดสั่งซื้อของได้ทันก่อนที่มันจะขายหมด”

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : odditycentral.com

เครดิตภาพ : Christian Schröder from Pixabay