เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่สนามช้างอารีน่า อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานทำบุญวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 67 ปี ของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด “ครูใหญ่” พรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่เวลา 08.30 น. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เวลา 10.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร ถึงบริเวณสถานที่จัดงาน

นายเนวินได้พานายอนุทินเข้าสู่พิธีปะกำช้าง ซึ่งใช้ช้างประจำตระกูลชิดชอบ 10 เชือกร่วมพิธี นายเนวินเรียกให้นายอนุทิน มาผูกข้อมือ พร้อมระบุว่า “เพื่อให้มาเป็นนายกรัฐมนตรี 4 ปี” ทำให้นายอนุทิน หัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนที่ทั้งคู่จะโอบกอดกัน ระหว่างหมอช้างผูกข้อมือ เนวินก็พูดอีกว่า “ผูกให้เป็นนายกรัฐมนตรี 4 ปี ให้ชนะเลือกตั้ง ทำอะไรก็ให้บ้านเมืองสงบสุข” นายเนวินประคองมือของนายอนุทิน ให้หมอช้างผูกข้อมือตลอดเวลา เมื่อผู้สื่อข่าวคุยด้วยว่า เมื่อสักครู่หมอช้างผูกให้เป็นนายกฯ ต่ออีก 4 ปี นายอนุทิน ตอบกลับทันทีว่า “เอา 4 เดือนนี้ให้รอดก่อน”

นายเนวิน ได้กล่าวขอบคุณผู้ที่มาร่วมงาน รวมถึงผู้ที่มีจิตศรัทธาบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ ยอดเงินบริจาคเพื่อร่วมสบทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เมื่อเวลา12.30น. เป็นจำนวนทั้งสิ้น 7,400,000 บาท

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แกนนำกลุ่ม 16 สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ( รทสช.) ที่แยกกลุ่มออกมาก่อนหน้านี้ กล่าวถึง อนาคตทิศทางการเมืองของกลุ่ม 16 สส. ว่า “วันนี้มาร่วมงานวันเกิด นายเนวิน ชิดชอบ เหมือนบ่งบอกสัญญาณชัดเจนอยู่แล้ว และส่วนตัวชัดเจนอยู่แล้ว แหม มากันขนาดนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้ว” นั่นคือมีแนวโน้มจะมาพรรคภูมิใจไทย

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า กลุ่มของตนที่มามีทั้งภาคตะวันออก ภาคตะวันตกและภาคใต้ เราไม่ได้ดูแลเฉพาะภาคตะวันตกอย่างเดียว แต่ยอมรับว่าภาคตะวันออกมีคนต่างถิ่นมาอยู่จำนวนมาก การทำการเมืองไม่ง่ายเหมือนที่อื่น เพราะเหมือนคนหลายจังหวัดมารวมกัน แต่พื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้เป็นพื้นที่ที่เข้มแข็ง คิดว่าอย่างไรเราก็ผ่านด่าน

เมื่อถามว่า มีเงื่อนไขอะไรที่จะมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ในส่วนตัวมารวมกับภูมิใจไทยมีอย่างเดียวคือความเป็นพี่เป็นน้องกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่บ้านใกล้กัน รั้วติดกัน จะโหวตให้คนอื่นได้อย่างไร เพราะเห็นหน้ากันทุกวัน วันเข้าสภาแล้วจะไม่โหวตได้อย่างไร เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของตัวเอง ที่ไม่ใช่มติของพรรค

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย อดีต สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เตรียมลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ช่วยผู้สมัครหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ว่า มั่นใจว่า น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ บุตรสาวของตน ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เป็นคนกาญจนบุรีอายุน้อย ประชาชนยังใช้งานได้อีก 40 ปี ผลงานที่ผ่านมารวมไปถึงความคาดหวังของประชาชนทำให้เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นผู้ชนะล้านเปอร์เซ็นต์ 12 ต.ค.นี้ นายอนุทิน จะลงพื้นที่ไปช่วยหาเสียงที่ จ.กาญจนบุรี

นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ เวลา 13:30 น. เป็นต้นไป พรรคเพื่อไทยเตรียมเปิดบ้าน จัดกิจกรรมเปิดตัวผู้เสนอตัวลงสมัคร สส. ในชื่อ ‘ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย’ เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น และตามกรอบเวลาที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศไว้ว่าจะมีการยุบสภาอย่างช้า 31 ม.ค.69

นอกจากจะเปิดตัวผู้เสนอตัวลงสมัคร สส. ในเซ็ตแรกแล้ว ในงานจะกล่าวถึงความพร้อมของพรรคเพื่อไทย ในการจัดทีมยุทธศาสตร์เพื่อคัดเลือกผู้เสนอตัวในแต่ละโซนอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และมาจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในแต่ละพื้นที่ และสำคัญที่สุดจะมีการแสดงวิสัยทัศน์จาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงถึงความพร้อมที่จะ ‘ยกเครื่องเพื่อไทย’ เพื่อ‘ยกเครื่องประเทศไทย’ ในอนาคต อยากขอเชิญชวนประชาชนทุกคนติดตาม ซึ่งจะมีไลฟ์สดผ่านพรรคเพื่อไทยในวันและเวลาดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย ยกเครื่องเพื่อไทย เพื่อบูสพลังใหม่ เดินหน้าต่อให้พร้อมทุกการเปลี่ยนแปลง ยกเครื่องเพื่อไทย เพื่อยกเครื่องประเทศไทย สานต่อทุกพลัง เพื่อให้ประเทศไทยต้องเดินหน้าพ้นทุกวิกฤติ เพื่อไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นตัวแทนทุกสิทธิทุกเสียงของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ กับการเปิดตัวผู้เสนอตัวลงสมัครเป็น สส.รอบแรก แล้วพบกัน 7 ต.ค. เวลา 13.30 น.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงต่อกรณีมีการร้องเรียนกล่าวหาว่า กกต.และเลขาธิการ กกต.ละเว้นต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการสืบสวนและไต่สวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือก สว. โดยชี้แจงว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เลขาฯ กกต. และสำนักงานฯ เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายทุกขั้นตอน ขณะนี้สำนวนการสืบสวนและไต่สวน อยู่ในชั้นที่ 3

ชั้นที่ 3 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง เมื่อได้พิจารณาแล้วจะทำความเห็น และสำนักงาน กกต. เสนอสำนวนให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณา และต่อด้วยชั้นที่ 4 เมื่อ กกต.ได้รับสำนวน จากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งแล้ว ต้องพิจารณาชี้ขาดหรือสั่งการโดยเร็ว.

“ทีมข่าวการเมือง”