เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่ จ.อุตรดิตถ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมทีมเพื่อไทย นำโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรมว.สาธารณสุข, นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีตรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตรมช.ศึกษาธิการ, นายจเด็ศ จันทรา สส.พิษณุโลก, น.ส.พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สส.พิษณุโลก, นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์, นายวารุจ ศิริวัฒน์ สส.อุตรดิตถ์, น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ สส.อุตรดิตถ์ ลงพื้นที่บ้านวังปรากฏ ต.ป่าคาย อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ เพื่อตรวจสอบความเสียหายและผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

โดย น.ส.แพทองธาร ได้รับฟังการรายงานจากกำนันผู้ใหญ่บ้านว่าเป็นน้ำที่มาเร็วและไปเร็ว แม้จะได้รับการแจ้งเตือนแต่ก็ไม่ทันได้ตั้งตัว จากนั้นหัวหน้าพรรคได้เข้าไปเยี่ยมบ้านเรือนของชาวบ้าน ซึ่งต่างเล่าให้ฟังว่าน้ำท่วมมิดหลังคา เป็นการท่วมที่ไม่ทันและไม่ได้ตั้งตัวอะไรเลย

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังวัดคีรีวงกฎ ต.ป่าคาย อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยมีพี่น้องมารอต้อนรับร่วมร้อยคน

โดยหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวกับพี่น้องประชาชนว่า “ดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเจอพี่น้องประชาชน หลังจากพ้นจากตำแหน่งนายกฯ รู้สึกอบอุ่นเสมอทุกครั้งที่ได้มาลงพื้นที่ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ได้รับตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งนายกฯ ว่าการได้มาเจอพี่น้องทุกครั้งก็จะได้รับกำลังใจจากพี่น้องประชาชนทุกครั้ง เมื่อสักครู่ที่ได้ไปติดตามพื้นที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหมดเลย ไม่เหลืออะไรเลย เห็นใจจริงๆ แต่ถึงไม่เหลืออะไร ยังเหลือกำลังใจ เหลือกันและกันที่จะคอยช่วยเหลือ และตนจะคอยช่วยเหลือผ่าน สส. เพื่อให้เร่งเรื่องการช่วยเหลือ ทั้งการสนับสนุนเยียวยาให้ได้โดยเร็ว และจะเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะช่วยผลักดันผ่าน สส. ทุกคน ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพกายแข็งแรง และสุขภาพใจก็ให้แข็งแรงด้วย ช่วงนี้อาจจะหนักหน่อยแต่ก็ขอให้กำลังใจทุกๆ ท่านเลย”

หลังจากนั้น น.ส.แพทองธาร ได้นั่งล้อมวงพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อสอบถามถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านเล่าให้ฟังถึงความเสียหายในพื้นที่เกษตรกรรมที่ถูกน้ำท่วม โดย น.ส.กฤษณา สส.อุตรดิถต์ ได้กล่าวว่า จะช่วยกันผลักดันเรื่องการเยียวยาพื้นที่เกษตรที่ได้รับน้ำท่วมผ่านกระบวนการรัฐสภาอย่างเต็มที่ต่อไป




