เรื่องว่า “ผลงานนี้ใครคิด ใครทำ” ท่าจะยอมกันได้ยาก ต่างก็หวังผลทางการเมือง “สส.เดียร์” ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย สานต่อนโยบายเดิมของรัฐบาลเพื่อไทยหลายนโยบาย เช่น การยืดอายุโครงการนำร่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สายสีแดงและสายสีม่วงออกไปอีก 2 เดือน ซึ่ง “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ขอข้อมูลจากข้าราชการมาดูได้ว่าโครงการนี้ดีอย่างไร และใช้งบประมาณไม่มาก หรือไม่ก็ควรนำโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของเพื่อไทยมาสานต่อ

นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ก็ทราบว่า รัฐบาลตั้งใจจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย ได้วางรากฐานไว้หมดแล้ว การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐให้กับประเทศจีนนั้น “รมต.แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ก็ได้สานต่องานจากนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ได้เจรจากับทางการจีนไว้ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว รวมถึงนโยบายหวยเกษียณที่ประชาชนจำนวนมากกำลังรอคอย ซึ่งก็หวังว่ารัฐบาลจะเดินหน้าต่อเพื่อจูงใจให้เกิดการออมในโครงการที่แทบไม่มีใครจะต้องเสียประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะถูกกล่าวหาว่าเป็นภูมิใจเคลม
สส.เดียร์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในนาม ครม. ขอเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน ถอนร่างเสนอแก้ไขของทั้งสองพรรคออกมาก่อน และให้ทั้งสองพรรคไปพูดคุยกันให้ชัดเจนว่า จะเลือกแนวทางการได้มาซึ่ง ส.ส.ร. อย่างไร ให้เกี่ยวข้องยึดโยงกับประชาชนได้มากที่สุด โดยไม่ต้องเลือกตั้ง ส.ส.ร.
เมื่อพรรค ปชน.เชื่อว่าตนเองมีอำนาจต่อรองรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ ควรต่อรองเรื่องนี้ให้เป็นที่ประจักษ์ ไม่เช่นนั้นจะถูกครหาได้ว่า อ้างเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อการหาเสียงเท่านั้น ส่วนพรรคภูมิใจไทยเองก็ควรไว้หน้าผู้ให้กำเนิดรัฐบาลบ้าง อย่าทำอะไรที่เป็นการ “รัฐธรรมนูญฉบับแกงส้ม ต้มประชาชน”

นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการลาออกจากเพื่อไทย ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคกล้าธรรม โดยยืนยันว่ายังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ความคิดที่จะย้ายไปซบพรรคนั้นพรรคนี้ไม่เคยมีอยู่ในสมอง เพียงแค่หากพรรคเพื่อไทยไปต่อไม่ได้ หรือจะล้มเลิกพรรคจริง ตนก็จะไปตั้งพรรคเอง ไม่เคยคิดจะไปอยู่กับใคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สนามช้างอารีนา อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏภาพลูกชายของนายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง บ้านใหญ่ จ.นครราชสีมา อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อย่างนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ อดีต สส.นครราชสีมา และนายตติรัฐ รัตนเศรษฐ พร้อมกับคุณแม่ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ อดีตสส.นครราชสีมา
มีรายงานข่าวว่า นายทวิรัฐ และนายตติรัฐ เตรียมจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ในสัปดาห์หน้า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ตระกูลรัตนเศรษฐเคยจะเบนหัวซบพรรคส้มมาแล้ว หลังจากที่นายวิรัช ลาออกจากพรรค พปชร. และมีกระแสข่าวว่า จะดันนายอธิรัฐ ลูกชายคนโต ลงชิงเก้าอี้นายกอบจ.นครราชสีมา ในนามพรรคส้ม

“อดีตสส.คึก” เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ว่า อายุของรัฐบาลชุดนี้จะให้รอด 4 เดือน เหมือนเดินอยู่บนเส้นด้าย จะเห็นว่าประเด็นการอภิปรายนโยบายมุ่งไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องเขากระโดง ฮั้ว สว. และการแต่งตั้งรัฐมนตรีบางคน ที่หมิ่นเหม่ต่อการขัดต่อจริยธรรม
การอภิปรายจาก สส. ปชน.อย่างน้อย 2 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พุ่งเป้าไปยังพฤติกรรมคุณสมบัติของรัฐมนตรี โดยพูดถึงกรณีที่มีนักธุรกิจต่างชาติบางคนที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซน ประธานองคมนตรีกัมพูชา และมาเกี่ยวข้องกับผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย และรัฐมนตรีบางคน
แม้สิ้นเดือน ต.ค.นี้จะปิดสมัยประชุมรัฐสภา แต่จะมีการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในเดือน ธ.ค. และถ้าพรรคฝ่ายค้านทั้ง 2 พรรค ตกลงกันได้และรวบรวมรายชื่อ สส.เตรียมจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตนเชื่อว่านายอนุทินจะตัดสินใจยุบสภาทันที คงไม่ปล่อยให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เข้าในวาระการประชุม ซึ่งจะทำให้นายอนุทินไม่สามารถยุบสภาได้ และหากมีการอภิปราย จะถูกคว่ำกลางสภา เชื่อว่าภายในเดือน ธ.ค.นี้ หลังจากเปิดประชุมรัฐสภา สมัยสามัญแล้ว รัฐบาลจะประกาศยุบสภาทันที

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผย รายงานผลสำรวจเรื่อง คนไทยสนใจอยากแก้อะไรก่อนระหว่าง พฤติกรรม สส. กับ รัฐธรรมนูญ หรือ พรรคเล็ก พรรคตั้งใหม่ จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 1,167 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 3-4 ต.ค. 2568 สิ่งที่คนไทยอยากแก้ก่อนมากที่สุดผลการสำรวจพบว่า 55.8% เห็นว่าควรแก้พฤติกรรมของนักการเมืองและ สส.ก่อนเป็นอันดับแรก ขณะที่ 44.2% เห็นว่าควรแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อถามลึกลงไปถึงสิ่งที่อยากให้รัฐสภาแก้อย่างจริงจังก่อน พบว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับประเด็นด้านคุณธรรมและธรรมาภิบาลของนักการเมืองเป็นหลัก
ความรู้สึกของประชาชนต่อพรรคเล็ก พรรคตั้งใหม่ ผลสำรวจพบว่า 44.9% เห็นด้วย กับการมีอยู่ของพรรคเล็กและพรรคใหม่ โดยให้เหตุผลว่าเป็นพลังทางเลือกของประชาชน ที่ช่วยให้การเมืองหลุดจากกรอบเดิม เป็นกลไกถ่วงดุลพรรคใหญ่ ไม่ผูกขาดอำนาจ และเชื่อว่าพรรคใหม่มีแนวคิดทันสมัย ตรงใจคนรุ่นใหม่ รวมถึงมีศักยภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และการสร้างงาน
เมื่อให้ผู้ตอบเลือกพรรคเล็กหรือพรรคใหม่ที่น่าสนใจ พบว่า พรรคไทยก้าวใหม่ (ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรค) ได้รับความสนใจสูงสุด 41.5% ด้วยจุดเด่นด้านนโยบาย การศึกษาและการสร้างคน พรรคไทยสร้างไทย (คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค) 22.3% เน้นเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมือง

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่องนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลอนุทิน จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,149 คน ระหว่างวันที่ 1-3 ต.ค. 2568 สรุปผลถึงนโยบายที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุด 59.36% ระบุ ด้านเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย 20.45% ระบุ ด้านความมั่นคง แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ยกระดับคุณภาพชีวิตชายแดนใต้ 7.92% ระบุ ด้านสังคม ปราบการพนันผิดกฎหมาย ขจัดทุจริต
เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่านโยบายของรัฐบาลอนุทินแตกต่างจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาหรือไม่ 57.96% ระบุ แตกต่างอยู่บ้าง 32.81% ระบุ ไม่แตกต่างเลย 9.23% ระบุ แตกต่างอย่างมาก หลังจากแถลงนโยบาย ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอนุทินเพียงใด 43.78% ไม่ค่อยเชื่อมั่น 42.12% ค่อนข้างเชื่อมั่น 9.40% ระบุ ไม่เชื่อมั่นเลย 4.70% เชื่อมั่นมาก

อีกเรื่องหนึ่ง นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุม กมธ. ในวันที่ 9 ต.ค. นี้ เพื่อพิจารณาศึกษาใน 3 ประเด็น คือ 1.ศึกษาและติดตามปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชา ที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ในกรณีของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และกรณีปัญหาการก่อสร้างอาคารของแก๊งสแกมเมอร์รุกล้ำชายแดนไทยในพื้นที่ จ.ตราด
2.ศึกษาปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย กรณีของนายเบน สมิธ และแนวทางการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และความมั่นคงของประเทศ
3.ศึกษาแนวนโยบายและการสร้างความมั่นใจต่อการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ รวมถึงเว็บไซต์ผิดกฎหมายในประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นคงของประเทศ กรณีที่ “เลขาฯนก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวอ้างว่ามีบุคคลเสนอจะให้ผลประโยชน์ เป็นเงินเดือน เดือนละ 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ รวมถึงเว็บไซต์ผิดกฎหมาย กมธ.จะเชิญนายไชยชนก เข้าให้ข้อมูลกับ กมธ.ด้วย.



