นำปรากฏการณ์เด่นๆ น่าชม น่าศึกษา ชวนแหงนมองท้องฟ้าดูดาวสุกใสทอแสงในไปด้วยกัน โดย ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้จัดการศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ สดร. บอกเล่าว่า ในเดือนนี้มีปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามอย่างเช่น ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ หนึ่งในปรากฏการณ์เด่นของเดือนนี้ที่น่าสนใจ อีกทั้งตลอดช่วงเดือนนี้ยังสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์เด่นๆอย่าง ดาวพุธ ดาวศุกร์ รวมถึง ดาวหาง ก็น่าสนใจ ชวนสังเกตการณ์ อุ่นเครื่องก่อนต้อนรับเทศกาลดูดาวที่กำลังจะมาถึง

“ไฮไลท์ของเดือนตุลาคม ถ้าในมุมมองเป็นเดือนแห่งการเฝ้าติดตาม วัตถุในระบบสุริยะ โดยหากเริ่มต้นนับแต่ต้นเดือนจะมีปรากฏการณ์เด่นๆ โดยถ้าเป็นดาวเคราะห์ ไฮไลท์ช่วงนี้คือ ดาวเสาร์ โดยจะสามารถสังเกตเห็นได้นับแต่ช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันออกซึ่งก็เป็นโอกาสดีที่จะสังเกตเห็นดาวเสาร์ได้ตั้งแต่หัวค่ำไปจนถึงรุ่งเช้า เห็นดาวเสาร์ได้ตลอดทั้งคืน และเห็นได้ชัดเจนกว่าเดิม อีกทั้งไฮไลท์อยู่ที่วงแหวนของดาวเสาร์จะเห็นว่ามีความบางเฉียบ”
ส่วนที่น่าติดตามอีกเช่นกันคือ ดาวพุธ โดยปรกติจะเห็นดาวพุธได้ค่อนข้างยาก เพราะดาวพุธ เป็นดาวเคราะห์วงในที่อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากที่สุด ดังนั้นในรอบปีจะไม่ได้เห็นดาวพุธตลอดทั้งปี แต่ในวันที่ 30 ตุลาคมเป็นต้นไปจะเป็นช่วงที่ดาวพุธอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุด จะเห็นได้ทางทิศตะวันตก และจะเห็นได้ในช่วงหัวค่ำหลังจากดวงอาทิตย์ลับของฟ้าจากนั้นจะเห็นดาวพุธส่องสว่าง ดังนั้นหากใครที่ยังไม่เคยดูดาวพุธ ช่วงนี้ก็จะเป็นโอกาสทอง

“ดาวเคราะห์จากที่กล่าวกันว่าสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไม่ว่าจะเป็น ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี หรือดาวเสาร์ ช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสดี โดยเฉพาะดาวพุธ ทั้งนี้โดยทั่วไปจะสังเกตเห็นดาวพฤหัส ดาวเสาร์ รองลงมาเป็นดาวอังคารและดาวเสาร์ ส่วนดาวพุธน้อยนักที่จะได้เห็น เพราะจากที่กล่าว ด้วยที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ แต่ช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่จะสังเกต ติดตามชม”
สำหรับดาวศุกร์ ช่วงเดือนตุลาคมจะเห็นได้ในช่วงรุ่งเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก หากใครตื่นเช้าประมาณตีห้า หากมองไปทางทิศตะวันออกจะเห็นดาวสว่าง เด่นชัดอยู่ดวงหนึ่ง ซึ่งก็คือ ดาวศุกร์ โดยดาวศุกร์หากสว่างสุกใสยามรุ่งเช้า มองเห็นทางทิศตะวันออก คนไทยจะเรียก “ดาวประกายพรึก” แต่ถ้าดาวศุกร์ปรากฏบนท้องฟ้าในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตก หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า คนไทยจะเรียกว่า “ดาวประจำเมือง”
“ดาวศุกร์ช่วงรุ่งเช้าจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนมาก สังเกตได้ไม่ยาก เป็นอีกดาวเด่นเช่นเดียวกับ ดาวเสาร์ ที่จะเห็นได้ทางทิศตะวันออกในช่วงหัวค่ำและ ดาวพุธ ทางทิศตะวันตกในช่วงหัวค่ำ แต่ถ้านอนดึกหลังเที่ยงคืนไป ถ้าสนใจเฝ้าดูดาวก็จะได้เห็น ดาวพฤหัสบดี แต่อย่างไรแล้วในกิจกรรมดูดาวสำหรับประชาชนทั่วไปจะชี้ชวนออกมาดูดาวกันในช่วงหัวค่ำไปถึงราวช่วงเวลาสี่ทุ่ม และอีกช่วงเวลาหนึ่งจะเป็นช่วงรุ่งเช้าที่จะชี้ชวนออกมาชมดาวกัน โดยช่วงเวลาดังกล่าวจะเห็นความสวยงามของท้องฟ้า ได้เห็นกลุ่มดาวที่แตกต่างกัน”

ส่วนอีกไฮไลท์เด่นของเดือนนี้ ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ หรือ ฝนดาวตกของกลุ่มดาวนายพราน (Orion) กลุ่มดาวที่คนไทยรู้จักกันดี และแม้จะมีอัตราการตกไม่เยอะมาก ประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง แต่ก็สามารถสังเกตเห็นได้ในคืนวันที่ 21 ตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่งเป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคม
“ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ มีแนวโน้มที่จะสังเกตเห็นได้ โดยนอกจากจะไม่มีแสงจันทร์รบกวนแล้ว ช่วงเวลานั้นคาดว่าสภาพอากาศน่าจะเป็นใจ ด้วยที่อยู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวก็น่าจะมีโอกาสได้เห็นฝนดาวตกและท้องฟ้าใสกระจ่าง และแม้จะเป็นฝนดาวตกจะมีอัตราการตกไม่มากเท่ากับฝนดาวตกในกลุ่มดาวคนคู่ในวันที่ 14 ธันวาคม คาดว่า ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ มีอัตราการตกสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง จุดศูนย์กลางการกระจายตัวของฝนดาวตกจะอยู่บริเวณแขนของกลุ่มดาวนายพราน ปรากฏขึ้นทางทิศตะวันออก จากนั้นจะค่อย ๆ เคลื่อนสูงขึ้นสู่บริเวณกลางท้องฟ้า

สามารถเฝ้าชมได้ตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า โดยการรอชมแนะนำเลือกสถานที่มืดสนิท ปราศจากแสงรบกวนหรือห่างจากแสงเมือง จากที่กล่าวแม้จะมีอัตราการตกไม่มาก แต่ก็เป็นฝนดาวตกที่สังเกตได้ง่าย โดยช่วงเวลาที่เหมาะแก่การสังเกตการณ์คือ หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป เนื่องจากเวลาดังกล่าว กลุ่มดาวนายพรานจะปรากฏบริเวณกลางท้องฟ้า ส่งผลให้มองเห็นฝนดาวตกได้ชัดเจน มีโอกาสเห็นได้ทั่วทั้งท้องฟ้า”
ส่วน ดาวหางเลมมอน C/2025 A6 (Lemmon)และ ดาวหาง สวอน C/2025 R2 (Swan) คุณศุภฤกษ์อธิบายเพิ่มว่า สำหรับดาวหางนั้นมีหน่วยงาน มีนักดาราศาสตร์เฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยทางสดร.เราเฝ้าติดตามเช่นกัน โดยช่วงเดือนนี้อาจจะมีโอกาสได้เห็นดาวหางดังกล่าว แต่คงต้องติดตามข่าวสารเป็นระยะ ด้วยที่ความสว่างปรากฏยังไม่สว่างมาก สว่างถึงขั้นชัดเจนที่จะสามารถได้ด้วยตาเปล่า
ดาวหางสวอน จะปรากฏในช่วงหัวค่ำ ทางทิศตะวันตก ส่วน ดาวหางเลมมอน จะปรากฏทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงรุ่งเช้า จากนั้นดาวหางจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ไม่สามารถสังเกตได้และจะสังเกตได้อีกครั้งวันที่ 21 ตุลาคมเป็นต้นไป ปรากฏทางทิศตะวันตก ช่วงหัวค่ำ ทั้งนี้จากที่กล่าวคงต้องดูค่าความสว่าง จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
ส่วนถ้าแนะนำการชมดาวหางเลมมอน ควรมองหาสถานที่ที่เห็นขอบฟ้าต่ำได้ดี อย่างเช่น พื้นที่สูงยอดเขาตามอุทยานแห่งชาติ ที่มีความมืดท้องฟ้า อยู่ในมุมสูงที่มองเห็นทิศตะวันตกในมุมกดได้ หรือมุมต่ำได้ก็จะมีโอกาส แต่อย่างไรแล้วคงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของดาวหางทั้งสอง โดยจะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งช่วงเวลานี้ยังเป็นโอกาสทองของผู้ที่ชื่นชอบถ่ายภาพและรอชม ทางช้างเผือก โดยช่วงเวลาปลายฝนต้นหนาวสำหรับประเทศไทยจะเห็นทางช้างเผือกได้ง่าย จะเห็นได้นับแต่ ช่วงหัวค่ำ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หลังจากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าและหากเป็นคืนที่ไม่มีแสงจันทร์รบกวนและอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีแสงสว่างใดๆรบกวน ก็จะมีโอกาสเห็นใจกลางช้างเผือก เห็นความสวยงามที่น่าประทับใจ เป็นโอกาสทองในช่วงเดือนนี้ ยิ่งถ้าสนใจการถ่ายภาพก็เป็นอีกจังหวะดี ทั้งนี้อาจต้องตรวจสอบตารางดวงจันทร์ด้วยว่ามีแสงจันทร์รบกวนหรือไม่
ส่วน ดวงจันทร์ ก็น่าติดตามเช่นกัน โดยที่เพิ่งผ่านไป จันทรุปราคา โดยครั้งนั้นถือว่ามีความพิเศษเป็นไฮไลท์ที่น่าติดตามอย่างมาก ด้วยที่สังเกตการณ์ได้เต็มช่วง ครบปรากฏการณ์ นับแต่ช่วงแรก อีกทั้งดวงจันทร์อยู่สูงมองเห็นชัดเจน มีความสวยงาม และในความน่าสนใจ การติดตามสังเกตดวงจันทร์ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

ที่เพิ่งผ่านไปมีกิจกรรม International Observe the Moon Night โดยทั่วโลกร่วมกันสังเกตดวงจันทร์ ชวนมองดูดวงจันทร์ร่วมกัน และการดูดวงจันทร์จะไม่ดูเฉพาะแค่คืนจันทร์เต็มดวง แต่ละคืนนั้นจะมีความสวยงามที่น่าชม การสังเกตการณ์จะมีขึ้นนับแต่ช่วง 8-11ค่ำ โดยช่วงที่ดวงจันทร์ยังไม่เต็มดวงนั้นจะสามารถสังเกตเห็นรายละเอียดต่างๆของดวงจันทร์ได้ชัดเจน อย่างเช่น หุบเหวบนดวงจันทร์ เทือกเขาบนดวงจันทร์ เป็นต้น
ส่วนในเดือนพฤศจิกายนคืนวันลอยกระทงจะได้ชม ซูเปอร์ฟูลมูล ชมความงามดวงจันทร์ทอแสงสวยสว่าง พร้อมกันนั้นในเดือนหน้าต้นเดือนจะเป็นการเริ่มต้นของ เทศกาลชมดาวรับลมหนาว เปิดฤดูกาลแห่งการชมดาว ชมความงามท้องฟ้ายามค่ำคืน ทั้งได้รับความรู้ สัมผัสความมหัศจรรย์ของดวงดาวและปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ โดยจากช่วงเทศกาลชมดาวต่อเนื่องถึงช่วงท้ายปีก็ยังคงมีปรากฏการณ์ท้องฟ้าที่น่าติดตาม
ปรากฏการณ์เด่นๆที่รอคอยให้สังเกตการณ์ร่วมกัน
พงษ์พรรณ บุญเลิศ
ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)



