เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคมของทุกปี พื้นที่กรุงเทพฯ มักประสบปัญหาฝุ่น PM2.5 กทม. จึงได้ดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เข้มข้นมากขึ้นจากมาตรการที่ดำเนินการตลอดทั้งปีหลายมาตรการ

สำหรับมาตรการ Work From Home (WFH) ซึ่งในปี 69 นี้ ได้เพิ่มแนวทางการ WFH เพื่อขอความร่วมมือและเป็นทางเลือกให้หน่วยงานภาครัฐเอกชนร่วมดูแลอากาศสะอาด ดังนี้ 1.WFH เมื่อ กทม. ประกาศขอความร่วมมือ ภายใต้เงื่อนไข หากพบค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีส้ม (ค่า PM2.5 ตั้งแต่ 37.6-75.0 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 35 เขตขึ้นไป (ร้อยละ70 ของพื้นที่กรุงเทพฯ) อัตราการระบายอากาศ (VR) ไม่ดี คือ น้อยกว่า 2,000 ตร.ม.ต่อวินาที และพบจุดความร้อน (จุดเผา) เกินวันละ 80 จุด ติดต่อกัน 3 วัน

2.หน่วยงาน WFH อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน ระหว่างเดือน ม.ค. 68-มี.ค. 69 โดยสามารถรวบรวมรายละเอียดจำนวนวันที่ WFH จำนวนพนักงาน ระยะทาง และประเภทการเดินทางของพนักงาน เพื่อให้องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ดำเนินคำนวณการลดคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าจากการลดการใช้เชื้อเพลิงของบริษัทหรือหน่วยงานได้

ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อไปว่า เมื่อปี 68 กทม. ประกาศเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐเอกชนร่วมลงทะเบียนเป็นเครือข่าย WFH มีหน่วยงานร่วมลงทะเบียนเป็นภาคีเครือข่าย 278 บริษัท จำนวนพนักงาน 96,307 คน โดยผู้ว่าฯ กทม. ได้มีการประกาศขอความร่วมมือ WFH ระหว่างวันที่ 20-21 ม.ค. 68 และในปีนี้เพื่อเตรียมความพร้อมแก้ไขสถานการณ์ PM2.5 จึงขอเชิญหน่วยงานภาครัฐเอกชนร่วมลงทะเบียนเป็นเครือข่าย WFH ตั้งเป้า 300,000 คน โดยสามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://u.bangkok.go.th/WFH2569

ทั้งนี้ ติดตามข่าวสารสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และการประกาศ WFH ของ กทม. ได้ที่กลุ่มไลน์ WFH BKK หรือกดติดตามเพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร หรือ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. หรือ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.