เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 69 ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต ให้สัมภาษณ์ก่อนการจัดงานครบรอบ 11 ปี การก่อตั้งมูลนิธิต่อต้านการทุจริต ว่า ทราบว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้รับผิดชอบ และเป็นผู้ควบคุมดูแลในการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงการสอบสวนทางวินัยในเรื่องนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม มองว่าเรื่องนี้จะหยุดอยู่แค่การสอบสวนทางวินัยไม่ได้ เพราะยังไม่ใช่กระบวนการสอบสวนในทางอาญา ซึ่งในส่วนของคดีอาญา จะต้องเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป

ศ.พิเศษ วิชา ได้แสดงความกังวลอย่างมากต่อรูปแบบการทุจริตในปัจจุบัน โดยชี้ให้เห็นว่า ขบวนการเหล่านี้มีพัฒนาการที่น่ากลัว ไม่จำเป็นต้องใช้การติว หรือขโมยข้อสอบเหมือนในอดีต แต่สามารถเข้าไปแก้ไข และเปลี่ยนคำตอบให้ตรงตามความต้องการได้ทันที ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ทำงานกันเป็นระบบ และมีลักษณะเป็น “องค์กรใต้ดิน” ที่มุ่งเน้นเรื่องการคอร์รัปชันโดยตรง ถ้าปราบปรามไม่ได้ จะลุกลาม แล้วก็กลายเป็นเหมือนเนื้อร้าย เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า กระบวนการทุจริตเหมือนเป็นองค์กร จะเรียกว่าเป็นองค์กรใต้ดินก็ได้ คือองค์กรที่เกี่ยวกับการคอร์รัปชันโดยตรง

ศ.พิเศษ วิชา ได้เน้นย้ำถึงผลกระทบในระยะยาวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เป็นลูกโซ่ไปถึงครอบครัว องค์กร และชุมชนในอนาคต หากปล่อยให้คนกลุ่มนี้ผ่านการสอบทุจริตเข้าไปได้ สถาบันและหน่วยงานต่าง ๆ จะเต็มไปด้วยคนที่เข้ามาด้วยการโกง และจะใช้ตำแหน่งหน้าที่นั้นในการทุจริตต่อไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นปัญหาที่ยากจะเยียวยา หรือแก้ไขได้อีกต่อไป