เมื่อวันที่ 6 ต.ค. พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ส่วนหน้า แถลงชี้แจงเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด บุกปล้นร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2568 เวลาประมาณ 18.29 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ปล้นร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ สิบเอก บุริศวร์ ระดาชัย สังกัดหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ขณะพยายามนำอาวุธประจำกายจากรถยนต์ของตนเองเข้าขัดขวาง เบื้องต้นได้นำส่งผู้บาดเจ็บไปรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ปัจจุบันอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ที่ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี จากการตรวจสอบมีเหตุการณ์ต่อเนื่องอีกหลายเหตุการณ์
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า โดยมีรายละเอียดดังนี้ เวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ อส. รายงานพบวัตถุต้องสงสัยลักษณะคล้ายถังแก๊ส ขนาด 15 กิโลกรัม วางไว้บริเวณจุดกลับรถหน้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุไหงโก-ลก เวลา 18.33 น. พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยสวมหมวกคลุมศีรษะ ซึ่งคาดว่าเป็นผู้วางวัตถุดังกล่าวและยิงปืนขึ้นฟ้า สร้างสถานการณ์หวาดกลัว เวลา 18.36 น. เกิดเหตุปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ภายในห้างบิ๊กซี ผู้ก่อเหตุชิงทองคำไปได้จำนวนหนึ่ง
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า เวลา 18.47 น. สิบเอก บุริศวร์ ถูกยิงจากอาวุธปืนพกและอาวุธปืนขนาด 5.56 มม. ขณะพยายามนำอาวุธประจำกายจากรถยนต์ของตนเองเข้าขัดขวาง เวลา 18.55 น. รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบริเวณทางรถไฟโต๊ะลือเบ เขตเทศบาลสุไหงโก-ลก เวลา 19.45 น. เกิดเหตุระเบิดอีกครั้งในพื้นที่ชุมชนเคหะ เขตเทศบาลสุไหงโก-ลก เจ้าหน้าที่ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดแสวงเครื่อง บริเวณจุดกลับรถหน้าห้างบิ๊กซี รวมทั้ง ตะปูเรือใบ วางตามถนนหลายจุด ซึ่งคาดว่าถูกใช้เพื่อสกัดการติดตามของเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นได้ปิดกั้นพื้นที่และประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าดำเนินการอย่างเร่งด่วน สำหรับยานพาหนะที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ คาดว่าทำการปล้นรถยนต์จากพื้นที่ ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และขับมาก่อเหตุในพื้นที่ อ.สุไหงโก- ลก โดยเมื่อเวลา 19.20 น. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าเกิดเหตุปล้นรถยนต์ในพื้นที่ จำนวน 2 คัน คือ คันที่ 1 เป็นรถยนต์ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กค 6521 นราธิวาส เกิดเหตุบ้านเลขที่ 277 หมู่ที่ 4 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เหตุเกิดเวลาประมาณ 17.00 น. คันที่ 2 เป็นรถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ เหตุเกิดเวลาประมาณ 17.20 น.
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถต้องสงสัยดังกล่าว จำนวน 2 คัน จอดทิ้งไว้บริเวณบ้านตอออ หมู่ที่ 1 ต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งประสานชุดอีโอดีเก็บกู้วัตถุระเบิด และชุดเก็บพยานหลักฐานเข้าดำเนินการตามกระบวนการต่อไป
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า ภายหลังทราบเหตุ มทภ.4 ได้สั่งการให้หน่วยกำลังในพื้นที่ ทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหาร เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ หน่วยกำลังทุกหน่วยเข้ากดดันเต็มพื้นที่ ทั้งในพื้นที่ป่าเขาและในเขตเมือง ปฏิบัติตามแผนป้องกันเมืองเศรษฐกิจ ในระดับเตรียมพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ และเน้นย้ำหน่วยป้องกันชายแดน เพิ่มความเข้มการปฏิบัติตามแนวชายแดน ไทย-มาเลเซีย เพื่อป้องกันการหลบหนี เพ่งเล็งยานพาหนะที่ก่อเหตุ บุคคลต้องสงสัย
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า รวมถึงเส้นทางที่อาจใช้ในการหลบหนี ตลอดจนประสานขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการติดตามคนร้าย และรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงการติดตามทางกล้องวงจรปิด เพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อไป เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างสถานการณ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนเจตนาที่ชัดเจนของผู้ก่อเหตุในการใช้ความรุนแรงเพื่อหวังประโยชน์ทางการเงิน เพื่อมาหล่อเลี้ยงกลุ่มขบวนการของตน โดยมิได้คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและระบบเศรษฐกิจในพื้นที่
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า ซึ่งจากการตรวจสอบและวิเคราะห์พฤติกรรมย้อนหลัง พบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้การปล้น ลักทรัพย์ และจี้ชิงทรัพย์เพื่อนำเงินมาใช้ในการก่อเหตุรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้ออาวุธ วัสดุประกอบระเบิด ยานพาหนะเพื่อทำระเบิด และใช้ในการก่อเหตุร้าย โดยที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุลักษณะต่อระบบเศรษฐกิจ เช่น ปล้นตู้เอทีเอ็มหลายจุดในวันเดียว เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2568, ปล้นห้างทองสุธาดา มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ในพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2562 และลักษณะการก่อเหตุต่อที่ว่าการ อำเภอตากใบ
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า ซึ่งรูปแบบการก่อเหตุเป็นลักษณะเดียวกัน คาดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มบีอาร์เอ็น สิ่งบอกเหตุแสดงว่ากลุ่มขบวนการขาดเงินทุนในการก่อเหตุ เป็นผลจากการที่เจ้าหน้าที่ เข้าดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเส้นทางการเงินซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มขบวนการ อาทิ ภัยแทรกซ้อนที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น ยาเสพติด สินค้าที่ผิดกฎหมาย และน้ำมันเถื่อน
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า ซึ่งเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มขบวนการ จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าว มิได้กระทำตามอุดมการณ์ที่อ้างต่อพี่น้องประชาชน เป็นเพียงกลุ่มโจรซึ่งกระทำทุกอย่างเพียงประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการกระทำเยี่ยงโจรดังกล่าว ซึ่งส่งผลต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รวมถึงการไม่คำนึงปากท้องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่ หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือวัตถุต้องสงสัยหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามผู้ก่อเหตุ สามารถแจ้งเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร.1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชม.
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวย้ำว่า ผู้สนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการให้ที่พักพิง ซ่อนตัว หรือจัดหาเสบียง ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 อาจถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



