กรณี อ.จตุรงค์ จงอาษา ให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแสเกี่ยวกับพระมหาอุเทน ปญฺญาปริทตฺโต วัดชนะสงคราม ที่มีการกล่าวพาดพิงถึงฆราวาส ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ไม่เหมาะสม เหยียบย่ำความเป็นมนุษย์ของฆราวาส ต่อแพรรี่ ไพรวัลย์ อ.เบียร์ รวมถึงตัวอ.จาตุรงค์ด้วยนั้น โดยมีช่วงหนึ่ง อ.จตุรงค์ กล่าวถึง เจ้าอาวาส โดยใช้คำว่า “ไอ้เจ้าอาวาส” ที่ปล่อยให้พระลูกวัดชนะสงคราม มีพฤติกรรมดังกล่าวนั้น
พระเมธีวัชรบัณฑิต หรือ “เจ้าคุณหรรษา” เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ไอ้เจ้าอาวาสที่คุณจตุรงค์ถามหา กำลังพักรักษาอยู่ ณ โรงพยาบาล พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมวชิรมงคล เจ้าอาวาสวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ปัจจุบันอายุ 95 ปี เข้าใจว่าเป็นพระมหาเถระเชื้อสายมอญที่อาวุโสที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งเป็นพระมหาเถระที่เพียบพร้อมด้วยวิชชา และจรณะ และมักจะนำพระสงฆ์มอญเข้าไปเจริญพุทธมนต์ด้วยภาษามอญในพระราชพิธีสำคัญอยู่เสมอ
ส่วนตัวนั้น ตลอดเวลาที่เคยจำพรรษาเกือบ 5 ปี และอุปสมบท ณ วัดชนะสงคราม โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) เป็นพระอุปัชฌาย์นั้น ได้รับรู้มาโดยตลอดว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมวชิรมงคล หรือที่พวกเราเรียกคุ้นหูในขณะนั้นว่า เจ้าคณะ 3 เป็นมหาเถระที่พูดน้อย อัธยาศัยดี วัตรปฏิบัติงดงาม ใส่ใจกิจวัตร บิณฑบาต ทำวัตร สวดมนต์ และเจริญพระกรรมฐานโดยตลอด เข้าทำวัตรในโบสถ์ก่อนพระรูปอื่นๆ รวมถึงใส่ใจพระหนุ่มเณรน้อยที่ตั้งใจศึกษาบาลีตามนโยบายหลวงพ่อสมเด็จมหาธีราจารย์ ในปัจฉิมวัย พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ เข้าพักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลธนบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณารับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 2566 โดยมีพระภิกษุสามเณร แม่ชี และอุบาสกอุบาสิกาอุปัฏฐากรับใช้ใกล้ชิดด้วยดีเสมอมาจวบจนปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม วัดชนะสงคราม หรือวัดตองปุ ที่บูรณะและตั้งชื่อใหม่โดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทกลับเลื่องชื่อขึ้นตามสื่อมวลชนอีกครั้ง เมื่อพระภิกษุภายในได้วิพากษ์วิจารณ์พาดพิงเรื่องเพศสภาพของพิธีกร และผู้ได้ชื่อว่าเป็นนักวิชาการทางศาสนา ทั้งคุณแพรรี่ หรือคุณไพรวัลย์ วรรณบุตร อาจารย์จตุรงค์ จงอาษา และ อาจารย์เบียร์ จนเป็นเหตุให้ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ ได้ทำหนังสือเตือนสติจนดูประหนึ่งว่า เรื่องราวต่างๆ จะดูเงียบสงบลง ถึงกระนั้น สิ่งที่ดูเหมือนว่า เริ่มบานปลาย และกินขอบเขตขยายวงออกไปก็คือ การวิพากษ์วิจารณ์พาดถึงไปถึงเจ้าอาวาสวัดชนะสงครามในทางที่ผิดพลาด จนหลายคนพากันตั้งข้อสังเกตด้วยความห่วงใยว่า เป็นการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมโดยประเมินจากโทนของคำพูด เช่น ไอ้เจ้าอาวาสวัดบ้าง ขาดข้อมูลเชิงลึกจนทำให้เข้าใจผิด และเรียกชื่อเจ้าอาวาสผิดรูปบ้าง สื่อสารขาดวาจาสุภาษิตบ้าง จึงอยากจะฝากไปถึงอาจารย์จตุรงค์ จงอาษา ว่า 1.พระเดชพระคุณพระธรรมวชิรมงคล คือเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม 2.พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ กำลังเข้ารับการรักษาอยู่ ณ โรงพยาบาลธนบุรี และเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งแต่ ปี 2566 และ 3.พระภิกษุที่คุณจตุรงค์อ้างถึงเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ
คุณจตุรงค์ จงอาษา นับเป็น Commentator ที่ทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาได้อย่างน่าสนใจ เพราะนำเสนอด้วยข้อมูลเชิงลึก ตรงไปตรงมา คอยชี้ผิดชี้ถูกแก่สังคม สมกับการเป็นอุบาสกในพระพุทธศาสนาทำหน้าที่อุปถัมภ์ค้ำชูพระรัตนตรัยให้ยังคงเป็นที่พึ่งที่ระลึกของประชาคมโลก ในความเป็นอุบาสกนั้น พระพุทธเจ้าได้ตรัสย้ำเตือนให้ข้อธรรมเตือนสติว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม 7 ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่อุบาสก 7 ประการเป็นไฉน คือ 1. อุบาสกไม่ขาดการเยี่ยมเยียนภิกษุ 2.ไม่ละเลยการฟังธรรม 3.ศึกษาในอธิศีล 4.มากด้วยความเลื่อมใสในภิกษุทั้งที่เป็นเถระ ทั้งเป็นผู้ใหม่ ทั้งปานกลาง 5. ไม่ตั้งจิตติเตียน ไม่คอยเพ่งโทษฟังธรรม 6. ไม่แสวงหาเขตบุญภายนอก 7.กระทำสักการะก่อนในเขตบุญในศาสนานี้
หนึ่งในธรรมะของอุบาสกทั้ง 7 ข้อ คือ เป็นผู้มากด้วยความเลื่อมใสในภิกษุที่เป็นเถระ รวมทั้งนวกะ และมัชฌิมะ แม้คุณจตุรงค์อาจจะไม่เลื่อมใสพระภิกษุบางรูปที่เป็นคู่กรณี ก็นับว่าชอบตามมุมมองและการตัดสินของคุณจตุรงค์ (หรืออาจจะรวมถึงมุมมองสังคมภาพกว้างในประเด็นเพศสภาพ) แต่สิ่งที่คุณจตุรงค์ควรให้ความใส่ใจ และเลื่อมใส คือวัตรปฏิบัตรในความเป็นพระมหาเถระที่เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะของพระเดชพระคุณพระธรรมวชิรมงคล พระมหาเถระผู้ที่รัก เคารพ และศรัทธาเป็นที่ยิ่งของชาวพุทธไทย และพุทธเชื้อสายมอญ
จึงยังไม่สายเกินไปนักที่คุณจตุรงค์ จะประพฤติตนเยี่ยงบัณฑิตชน ผู้เป็นอุบาสกชั้นนำจะออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ ทั้งมโนกรรม วจีกรรม และกายกรรม ต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และถ้ามีเวลาก็ขอได้โปรดถือพานไปขอขมากรรมหน้าเตียงผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลธนบุรี เพื่อความบริสุทธิ์ทางกาย วาจา และใจ และมุ่งมั่นตั้งใจบำเพ็ญตนเป็นอุบาสกชั้นนำรักษาพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป



