เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปผลงานของ ทช. ในโอกาสครบรอบ 23 ปี โดยยังเดินหน้าภารกิจจัดการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและระบบนิเวศชายฝั่งในเชิงพื้นที่ไม่แยกส่วนทั้งการป้องกัน การอนุรักษ์ การวิจัย และการเตือนภัย ซึ่งจะพัฒนาระบบฐานข้อมูลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบบเฝ้าระวังเตือนภัย เช่น น้ำทะเลเปลี่ยนสี ปะการังฟอกขาว ส่วนสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ 24 จังหวัดรวม 861 กม. มีการสำรวจติดตามไปกว่า 700 กม. และบางพื้นที่โดยใช้วิธีปลูกป่าชายเลนกว่า 175,509 ไร่ เพื่อเป็นเกราะป้องกันคลื่นลม และแหล่งอาชีพอาชีพของชุมชนชายฝั่ง รวมทั้งแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งด้วยไม้ไผ่ชะลอคลื่นระยะทาง 101,465 เมตร จนเกิดตะกอนหลังแนวปักไม้ไผ่ 336,504 ลบ.ม.

อธิบดี ทช. กล่าวอีกว่า ขณะที่ปัญหาการบุกรุกป่าชายเลนพบว่าแนวโน้มดีขึ้น โดยปีนี้ทวงคืนป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก 69,248 ไร่ จากอดีตหลาย 10 ปีก่อน พบการบุกรุกป่าชายเลนทำบ่อเลี้ยงกุ้ง และปลูกปาล์มน้ำมันที่บางส่วนก็เลิกเลี้ยง จนมีป่าชายเลนสมบูรณ์เพียง 1.7 ล้านไร่จากภาพถ่ายดาวเทียม ทั้งที่ความจริงไทยมีตัวเลขป่าชายเลนราว 3.04 ล้านไร่ ดังนั้น ทช. จึงมีเป้าหมายที่จะฟื้นป่าชายเลนให้กลับมาครบ 3.4 ล้านไร่ เป้าหมายปี 2569 คือวางแผนจะรักษาป่าชายเลน 3.04 ล้านไร่กลับคืนมา โดยทำงานร่วมกับชุมชนชายฝั่งที่มีป่าชายเลน โดยไม่ใช่แค่รักษาป่าที่คงสภาพ แต่จะรักษาพื้นที่เคยเป็นป่าชายเลนและถูกบุกรุกทำลายที่อยู่ในที่ดินเอกชน จะต้องไม่ให้ตัดป่าชายเลน

“วิธีการคือร่วมกับกระทรวงการคลัง ใช้มาตรการทางภาษีที่ดิน หากเอกชนรักษาป่าชายเลน เขาไม่ต้องเสียภาษี คาดว่าอีก 230,000 ไร่ ส่วนในพื้นที่บุกรุกที่ยังมีความขัดแย้งอีก 1 ล้านไร่ ทาง คทช. จะให้คนอยู่ในป่าชายเลนควบคู่กับการดูแลป่าชายเลนและพัฒนาคุณภาพภาพชีวิต” นายปิ่นสักก์ กล่าว

อธิบดี ทช. กล่าวอีกว่า ส่วนป่าชายเลนสมบูรณ์ 1.7 ล้านไร่ ที่อยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 3 แสนไร่ ส่วนอีก 200,000-300,000 ไร่ เป็นป่าชายเลนที่มีความหลายทางชีวภาพ และส่วนที่เหลือพื้นที่บัฟเฟอร์โซน ทาง ทช. กำลังผลักดันให้เป็นป่าชายเลนชุมชน โดยจะหากลไกการเงินให้ชุมชนดูแลป่า จึงจะใช้รูปแบบป่าชายเลนคาร์บอนเครดิต เพื่อให้ชุมชนมีรายได้เสริมจากผลผลิตจากป่าชายเลน เช่น เมล็ดพันธุ์ไม้ ยารักษาโรค เบื้องต้นมีชุมชนป่าชายเลนคาร์บอนเครดิต 2 รูปแบบ คือ ให้เอกชนมาปลูกป่าชายเลนคาร์บอนเครดิต 70,000 ไร่ และรูปแบบที่มีป่าชายเลนและให้ประชาชนดูแล 1.3 แสนไร่ แต่เป้าใน 5 ปี จะให้ถึง 500,000 ไร่ และอนาคตจะเกิดความหลากหลายทางชีวภาพคาร์บอนเครดิต

นายปิ่นสักก์ กล่าวอีกว่า สำหรับด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ทช. ได้จัดวางปะการังเทียม 171 พื้นที่ รวม 164,790 แท่ง ปลูกเสริมปะการัง 840 ไร่ รวม 1,270,216 โคโลนี จัดวาง Reef Ball 2,777 แท่ง ฟื้นฟูหญ้าทะเล 7 จังหวัด ในพื้นที่ 300 ไร่ รวม 384,000 ต้น นอกจากนี้ติดตั้งทุ่นผูกเรือทั้ง 14 จังหวัด 1,159 จุด /ทุ่นแสดงแนวเขต 16,000 เมตร และกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง ตามมาตรา 20 และมาตรา 22 พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ตรัง ระนอง ภูเก็ต และปัตตานี รวมทั้งยังเก็บขยะทะเลที่ตกค้างในระบบนิเวศแบบมีส่วนร่วม 2,968,655 ตัน