“ดร.โจ-ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร“ ที่ได้ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม. และเดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงพร้อมกับผู้สมัคร สก.ของพรรคแล้ว ถือว่าเป็นตัวเต็งสำคัญหลายฝ่ายมองว่าจะมาโค่นแชมป์เก่าอย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์“ หลังพรรคประชาชนกวาดเก้าอี้สส.ทั้ง 33 เขตในกทม.มาแล้ว

เป็นที่รู้กันดีว่าสนามเลือกตั้งกทม. ไม่ใช่แค่สนามเลือกตั้งท้องถิ่น แต่เป็นภาพจำลอง สนามการเมืองที่ต่อยอดไปสู่การเมืองระดับชาติ การที่พรรคประชาชนส่ง “ดร.โจ” เป็นการวางยุทธศาสตร์เชิงต่อสู้ที่มุ่งเป้าเปลี่ยนผ่านการเมืองในเมืองหลวง จากผู้จัดการการเมืองสู่ยุค “เทคโนแครต” ผู้มีหัวก้าวหน้า ที่ไม่ได้มีกลุ่มทุนหรือตระกูลชนชั้นนำ เพราะเติบโตจากครอบครัวคนธรรมดา และระบบเศรษฐกิจรากหญ้าอย่างแท้จริง

กระดานอำนาจสมรภูมิท้องถิ่นปี 2569 “ชัชชาติ” ปะทะ “พลังส้ม” คือการเดินหมากที่น่าจับตามองมากที่สุดของพรรคประชาชน เน้นปฏิรูประบบโครงสร้างล้าหลัง เซ็ตอัพระบบใหม่ หากกระแสความนิยมยังคงเหนียวแน่นอยู่สามารถแปลงมาสู่การเมืองท้องถิ่นได้ เพื่อลบคำสบประมาท ที่บอกว่า “พรรคส้มเก่งแต่ตั้งคำถาม แต่บริหารไม่เป็น”

เมื่อประเมินจากสถานการณ์เหตุการณ์“ส้มแลนด์สไลด์เมืองหลวง” หากคนกรุงต้องการระบบที่ดี นโยบายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี กับ 4 ชุดนโยบาย“กรุงเทพง่ายๆเพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน” มากกว่าการทำงานแบบ “คนขยันที่ต้องทำทุกอย่าง” อาจจะแก้ปัญหาไม่ได้ หากระบบยังเป็นแบบเดิม ถ้าพรรคประชาชนคว้าชัยชนะครั้งนี้จะเปลี่ยนกทม. เป็นฐานที่มั่นกรุยทางสู่การเป็นรัฐบาลระดับชาติของพรรคส้มแน่นอน

ด้าน “หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันว่าไม่หวั่นไหวภายหลังผลโพลยกให้ “ชัชชาติ“ มีคะแนนนำ โดยพรรคไม่ได้มองเพียงเรื่องแพ้หรือชนะ แต่ต้องการทำให้ประชาชนเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ต้องอาศัยทีมงานทั้งระบบ หรือการทำงานแบบ “ฟูลทีม” เข้ามาขับเคลื่อนร่วมกัน โดยเฉพาะการตรวจสอบงบประมาณและการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เสียง สก. มากกว่ากึ่งหนึ่งของสภา

ดังนั้นก็ต้องถือว่า “ดร.โจ” เป็นคู่แข่งที่ไม่ธรรมดา สมน้ำ สมเนื้อ มีฐานเสียงและผู้สนับสนุนยังเป็นกอบเป็นกำ ฉะนั้นผู้สมัครจากพรรคประชาชน ก็ยังน่าจับตา แต่อย่าลืมว่า ปัญหาใหญ่ของกรุงเทพมหานคร คือปัญหารถติด และปัญหาน้ำท่วมซึ่งยังไม่มีผู้ว่ากทม.คนไหนที่แก้ปัญหานี้ได้ และหน้าที่หลักของผู้ว่าฯกทม. มีเพียงแค่การปรับปรุงฟุตบาท การจัดระเบียบทางเท้า การตีเส้นจราจร การปรับปรุงสวนสาธารณะ การขุดลอกคลอง เป็นต้น ซึ่งนายชัชชาติ ทำได้ดี เพราะนอกเหนือจากนี้ล้วนไม่ใช่อำนาจผู้ว่าฯโดยตรง หลักๆ จะเป็นอำนาจของรัฐบาล หรือหน่วยงานอื่นๆ.