สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่าย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนก.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐประกาศแผนการจัดเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดชั่วคราว สำหรับพาสต้าของอิตาลี ในอัตรา 91.74 % นับตั้งแต่เดือนม.ค. 2569 เป็นต้นไป นอกเหนือจากอัตราภาษีศุลกากร 15% ที่มีอยู่แล้ว

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลีออกแถลงการณ์ว่า กำลังหารืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (อียู ) เพื่อให้มั่นใจว่าสหรัฐจะทบทวนภาษีชั่วคราว ซึ่งจะเรียกเก็บจากผู้ประกอบการพาสต้าของอิตาลี

ขณะที่นายฟรานเชสโก ลอลโลบรีจิดา รมว.เกษตรของอิตาลี ประณาม “กลไกกีดกันทางการค้า” ที่มากเกินไปต่อผู้ผลิตพาสต้า ขณะที่ “โคลดิเรตติ” ซึ่งเป็นสมาคมเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของอิตาลี เรียกการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็น “การโจมตีที่ร้ายแรง” พร้อมทั้งเรียกร้องให้อียู และรัฐบาลอิตาลีปกป้อง “สัญลักษณ์ของอาหารเมดิเตอร์เรเนียน”

อนึ่ง ตลาดสหรัฐมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ผลิตพาสต้าในอิตาลี โดยโคลดิเรตติคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดอยู่ที่เกือบ 671 ล้านยูโร (ราว 25,385 ล้านบาท) เมื่อปี 2567 ซึ่งคิดเป็นเกือบ 17% ของการส่งออกทั้งหมด.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES