สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่าย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนก.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐประกาศแผนการจัดเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดชั่วคราว สำหรับพาสต้าของอิตาลี ในอัตรา 91.74 % นับตั้งแต่เดือนม.ค. 2569 เป็นต้นไป นอกเหนือจากอัตราภาษีศุลกากร 15% ที่มีอยู่แล้ว
La decisione di imporre ulteriori dazi del 91,74% oltre a quelli attuali del 15% sulla pasta italiana è stata presa in seguito alla denuncia presentata da aziende italiane che hanno delocalizzato la produzione in america (come Barilla). Aziende che meriterebbero a questo punto di… pic.twitter.com/YotTbGzsWv
— Gilberto Trombetta (@Gitro77) October 5, 2025
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลีออกแถลงการณ์ว่า กำลังหารืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (อียู ) เพื่อให้มั่นใจว่าสหรัฐจะทบทวนภาษีชั่วคราว ซึ่งจะเรียกเก็บจากผู้ประกอบการพาสต้าของอิตาลี
Italy calls on European Commission to urge Washington to scrap proposed anti-dumping tariff on pasta which would affect nearly $800M worth of exports to US pic.twitter.com/XwPgpML3K0
— TRT World Now (@TRTWorldNow) October 6, 2025
ขณะที่นายฟรานเชสโก ลอลโลบรีจิดา รมว.เกษตรของอิตาลี ประณาม “กลไกกีดกันทางการค้า” ที่มากเกินไปต่อผู้ผลิตพาสต้า ขณะที่ “โคลดิเรตติ” ซึ่งเป็นสมาคมเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของอิตาลี เรียกการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็น “การโจมตีที่ร้ายแรง” พร้อมทั้งเรียกร้องให้อียู และรัฐบาลอิตาลีปกป้อง “สัญลักษณ์ของอาหารเมดิเตอร์เรเนียน”
อนึ่ง ตลาดสหรัฐมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ผลิตพาสต้าในอิตาลี โดยโคลดิเรตติคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดอยู่ที่เกือบ 671 ล้านยูโร (ราว 25,385 ล้านบาท) เมื่อปี 2567 ซึ่งคิดเป็นเกือบ 17% ของการส่งออกทั้งหมด.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



