ถือเป็นวาระพิเศษที่ชาว Enactus จากทั่วโลกมาเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีที่เมืองไทย ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าคนหนุ่มสาว ที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยทั่วโลกเขาพัฒนาตัวเองอย่างไร ประเทศชาติของเขาส่งเสริมเรื่องการเป็น ผู้ประกอบการเพื่อความยั่งยืน กันมากน้อยแค่ไหน ผู้ประกอบการนั้นเพื่อกำไรสูงสุด หรือเพื่อความยั่งยืน ทำกำไรไปด้วย ช่วยเหลือสังคมไปด้วย พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

ไทยก็มีมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มที่ส่งเสริมนวัตกรรม และสร้างผู้ประกอบการ แต่กระทรวง อว. ของเรายังไม่เห็นภาพเหล่านี้ มหาวิทยาลัยทั่วโลกเขาทำมา 50 ปีแล้ว พัฒนาต่อยอดมาเรื่อย ๆ เป็นการสร้างทุนมนุษย์ที่ดีที่สุด ถ้ากระทรวง อว. ยุคใหม่จะหยิบโครงการนี้มาต่อยอดเป็น โครงการเรือธง สามารถติดต่อ มูลนิธิรากแก้ว ได้ จะพัฒนานักศึกษาและมหาวิทยาลัยอย่างก้าวกระโดดตามวิสัยทัศน์

งานแข่งขันครบรอบ 50 ปีนี้ มีทีมที่ชนะเลิศจากประเทศต่าง ๆ จำนวน 35 ทีม มีผู้เข้าร่วมเกือบ 2,000 คนจากทั่วโลก ปีนี้มีทีมไทยเข้ารอบ โดยทีมนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นตัวแทนประเทศ ไทย รอบแรกคัดจาก 35 ทีมให้เหลือ 16 ทีม ทีมไทย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามารถติดเป็น 1 ใน 16 ทีมได้ รอบที่สองคัดจาก 16 ทีมให้เหลือ 4 ทีม สู่รอบชิงชนะเลิศ โดยรางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ทีม Enactus ซิมบับเว จากมหาวิทยาลัย Bindura ด้วยโครงการ “Biodemagent” และ “Voltstep” ที่แก้ปัญหาด้านผลผลิตการเกษตร และจัดการพลังงานให้เข้าถึงเด็กนักเรียน และชุมชนยากจนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

รางวัลชนะเลิศ Enactus World Cup ได้แก่ทีม Enactus แคนาดา จากมหาวิทยาลัย Saint Mary’s ด้วยโครงการ “Square Roots” และ “Alaagi” พัฒนาธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ลดของเหลือทิ้งจากภาคเกษตร และ รวมทั้งพัฒนาวัสดุชีวภาพจากสาหร่ายเพื่อทดแทนการใช้พลาสติก

และรางวัลพิเศษพอเพียง ยั่งยืน จาก Thai Bev ได้แก่ทีม Enactus เยอรมนี จากมหาวิทยาลัย Munster ด้วยโครงการ “Seads” ที่พัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ปลูกหญ้าทะเล เพิ่มพื้นที่สีเขียวใต้น้ำตามชายหาดได้รวดเร็วขึ้น และหญ้า

ทีมงานอาสาสมัครของมูลนิธิรากแก้ว Thai Bev และพันธมิตร ช่วยกันเป็นเจ้าภาพที่เข้มแข็ง คอยดูแลแขกที่มาจากนานาชาติอย่างยอดเยี่ยม

อยากให้ผู้ใหญ่ใจดีจากกระทรวง อว. นำไปต่อยอด เพื่อพัฒนานิสิต นักศึกษาไทย ให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก  ผมเชื่อว่า Hospitality ของคนไทยดีที่สุดในโลก และ สถานที่ศูนย์การประชุมนานาชาติสิริกิติ์ ก็ได้รับคำชมว่าทันสมัย มีความเป็นไทย สวยงาม ยั่งยืน จัดการความยุ่งยากต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ สร้างความประทับใจ หลายคนบอกว่า เขารักเมืองไทย ประทับใจ และจะกลับมาเยี่ยมเยียนอีก ส่วนงานนี้ ปีหน้าพบกันใหม่ที่บราซิล”.