น้องนักศึกษาบอกว่า เขาทุ่มเทเรียนหนังสือมาอย่างเหนื่อยยากมาหลายปี อีกไม่นานจะจบแล้ว กังวลว่าจบไปจะไม่มีงานทำ ตอนนั้น AI คงจะทำได้ทุกอย่าง โลกอนาคตคงเต็มไปด้วยคนตกงาน และคนแก่ ส่วนน้อง ๆ ที่กำลังทำโครงการผู้ประกอบการเพื่อความยั่งยืน บอกว่าตอนนี้เศรษฐกิจผันผวนไม่แน่นอนทั่วโลก แหล่งทุนหายากขึ้นทุกวัน และนักลงทุนส่วนใหญ่ ยังไม่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างแท้จริง ยังคงเป็น ESG ที่ดูผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเป็นหลัก

คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่กังวลกับภาวะโลกเดือด พายุ ฝน น้ำท่วม ดินถล่ม ไฟป่า ฝุ่นควัน แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสร้างผลกระทบกับพวกเขาและครอบครัว พวกเขาคิดว่าถ้าเราไม่ร่วมมือกันสร้างความเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ ธรรมชาติจะกลับมาเอาคืน ในยุคของพวกเขา ซึ่งก็เริ่มเห็นแล้ว

หลายคนกังวลเรื่องความเหลื่อมล้ำสุดขั้ว คนรวยรวยขึ้นมาก คนจนจนลงมาก งานวิจัยบอกว่า Gen Z ที่มาจากตระกูลมั่งมียุคนี้จะเป็นเจนเนอเรชันที่รวยที่สุด แต่ Gen Z ที่มาจากชุมชนยากจนจะเป็นหนี้สูงสุด และช่องว่างระหว่างความรวยความจนจะถ่างกว้างที่สุดในประวัติศาสตร์ จนเกิดความขัดแย้ง ความรุนแรง เพื่อจัดความสมดุลของทรัพย์สินกันใหม่

ความรุนแรงไม่เพียงมีสาเหตุจากช่องว่างทางเศรษฐกิจ แต่ความรุนแรงจากความขัดแย้งของเชื้อชาติ ศาสนา และความเชื่อ กำลังสร้างสงครามใหม่ทั่วโลก นี่ยังไม่นับสงครามที่มหาอำนาจแย่งชิงทรัพยากรที่เหลือน้อย ก๊าซ น้ำมัน แร่ธาตุหายาก คน Gen นี้เขากังวลเรื่องความขัดแย้ง ความรุนแรง จนก่อให้เกิด สงครามโลกครั้งใหม่ ในรูปแบบใหม่
และสิ่งที่ Gen นี้เขารังเกียจที่สุดคือ การทุจริต คอร์รัปชัน อิทธิพล เส้นสาย เขาอยากเห็นความเท่าเทียม และการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรมด้วยความสามารถ ทั้งหมดนี้ก็ไม่พ้นความกังวลใน SDG ทั้ง 17 ข้อนั่นเอง.



