เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ต.ค. 68 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย มีบรรดานักการเมืองหลั่งไหลเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค  และแสดงตัวเพื่อลง สส.สมัยหน้า จำนวนมาก โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มาให้การต้อนรับด้วยตัวเอง 

โดยมีทั้ง สส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทย นายพงศกร อรรณนพพร  อดีตสส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย นายทวิรัฐ อดีตสส.นครราชสีมา และนายตติรัฐ 2 พี่น้อง ตระกูล “รัตนเศรษฐ” สจ.อัครวัฒน์ กุลเฉลิมพัฒน์ รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา (คนที่ 1) ซึ่งนายอนุทิน ได้ตรวจสอบใบสมัครและลงชื่อรับสมัครสมาชิก ก่อนจะมอบเสื้อแจ๊กเกตภูมิใจไทยให้ใส่ ขณะที่ นายโกศล ปัทมะ สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย มาเพื่อแสดงเจตจำนงว่าจะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า

จากนั้น นายอนุทิน  กล่าวว่า เป็นการยืนยันอย่างหนึ่งว่ารัฐบาลชุดนี้จะยุบสภาในระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือน หลังจากวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าทุกพรรคการเมืองจะต้องมีการเตรียมพร้อมบริหารจัดการไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในต้นปีหน้า 

เมื่อถามถึง  ครอบครัว “รัตนเศรษฐ” จะมาทั้งหมดเลยหรือไม่  นายอนุทิน  กล่าวว่า  เป็นครอบครัวเดียวกันทั้งหมด ตนกับนายพงศกรรู้จักกันมา 30 กว่าปี ก่อนที่ลูกชายและลูกสาวจะเกิดด้วยซ้ำ ทำงานการเมืองมาด้วยกัน สมัยพรรคชาติพัฒนา เคารพนับถือกันตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ จึงถือเป็นพี่ชายคนหนึ่ง ส่วนนายทวิรัฐ และนายตติรัฐ รัตนเศรษฐ เปรียบเหมือนลูกเหมือนหลาน เพราะเป็นลูกชายของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ซึ่งเราก็รู้จักกันมานาน  รู้จักกันมาแต่ไหนแต่ไร 

เมื่อถามว่า เหมือนจะตีตลาดโคราชในการเลือกตั้งครั้งหน้าเลยหรือไม่  นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่ทำงานให้เห็น และตั้งใจทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เราอาจเป็นพรรคที่มีหลายรูปแบบ มีคนรุ่นใหม่ดูแลบริหารจัดการ นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ทำงานให้กับประเทศ แต่เราก็ยังจำเป็นต้องมีผู้แทนราษฎรที่มีความคุ้นเคยกับพื้นที่ ใกล้ชิดกับประชาชน สส. พรรคภูมิใจไทยที่เข้ามา จุดแข็งของพรรคภูมิใจไทย เข้าถึงสส.ทุกคน และความต้องการและเสียงของเขา ได้รับการตอบสนอง ทั้งนี้เราเป็นพรรคที่เปิดกว้างพร้อมรับผู้ที่มีความสนใจที่จะมาทำงานรับใช้ประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชน ไม่มีข้อจำกัดและไม่มีกำหนดคุณสมบัติใดๆ ยกเว้นว่าคนคนนั้นไร้ซึ่งจริยธรรมและเข้ามาหาประโยชน์ส่วนตัว เราไม่รับ ทำเพื่อพี่น้องประชาชนก็ยินดีต้อนรับทุกท่าน ย้ำว่าใครมาอีกก็จะทราบเอง ไม่ควรไปประกาศก่อนที่เจ้าตัวจะมาปรากฏตัว ถ้าทุกคนมีความพร้อมก็จะมาเปิดตัวให้ทุกคนรับทราบ

เมื่อถามว่า  พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าจะเป็นพรรคอันดับหนึ่งเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราเล็งผลเลิศ ต้องฝากนโยบายของพรรค ผ่านผู้สมัคร สส.ของพรรค ไปแจ้งให้กับประชาชนรับทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจและไว้วางใจในการเลือกพรรคภูมิใจไทยมารับใช้ประชาชน 

ส่วนจะมีใครมาเพิ่มเติมในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายอนุทิน กล่าาย้ำว่า “เราเปิดกว้าง ตัวผมเองอยู่ในสภา ถ้าสังเกตผมเดินไปทุกโต๊ะ เวลาเจอกันทักกัน หลายท่านก็บอกว่า เดี๋ยวเที่ยวหน้ามาอยู่ด้วยนะ  ชอบนโยบายพรรคภูมิใจไทย หัวหน้ามีที่ให้ไหม ผมก็ต้องเรียนว่าคนที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นผู้แทนแล้ว มีประวัติด่างพร้อยตรงไหน มีความตั้งใจทำงานให้ประชาชน ผมก็ยินดีต้อนรับ” 

เมื่อถามว่า มาเยอะขนาดนี้พรรคภูมิใจไทยจะใหญ่ขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน  กล่าวว่า เรามองว่าเป็นโอกาสที่จะสามารถทำงานให้กับบ้านเมืองอย่างเต็มที่ ยิ่งมีโอกาสทำงาน ทุกคนก็รู้สึกว่าอยากจะทุ่มเททุกความสามารถที่มีอยู่รับใช้ประชาชน มีคนที่ประสบความสำเร็จมากมาย ที่เขาไม่ต้องกังวลกับชีวิตส่วนตัว และประโยชน์ส่วนตัว อย่างนายนภินทร ศรีสรรพางค์  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ประสบความสำเร็จ แสดงให้เห็นว่าเรามีคนที่อยู่มีประสบการณ์อยู่ในวงการ 

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งที่โคราชตั้งเป้า สส.กี่ที่ นายอนุทิน กล่าวว่า  เราต้องตั้งเป้าเต็มที่ พรรคจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ในการที่จะทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากประชาชน 

เมื่อถามว่า  พรรคเพื่อไทยมีการแถลงแคมเปญ ยกเครื่องเพื่อไทย  นายอนุทิน กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดี ที่เป็นการแข่งขันให้ทุกพรรคมีความตื่นตัว พรรคเพื่อไทยเปิดตัวเต็มที่ มีพรรคของนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ก็เปิดตัว พรรคกล้าธรรมก็เปิดตัว พรรคประชาธิปัตย์ก็อาจจะได้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์ของประชาชน และเป็นประโยชน์ของแต่ละพรรคว่า ไม่มีอะไรที่เป็นของตาย เราจะต้องคิดนโยบายกลยุทธ์ วิธีที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ดีกว่าพรรคอื่นๆ และคนที่จะได้ประโยชน์คือประชาชน 

เมื่อถามว่า ในช่วงนี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ลุยงานหนักเหมือนกัน นายอนุทิน  กล่าวว่า “ก็เป็นเรื่องดีแล้ว ท่านคนเก่ง”

เมื่อถามถึง กรณีมีการเปิดตัวนายโกศล ปัทมะ พร้อมกับการเปิดแคมเปญของพรรคเพื่อไทยวันนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ท่านตัดสินใจแล้ว สิ้นสุดและต้องรอให้สภาชุดนี้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ และต้องมีการเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน และถ้ามีการย้ายพรรคมาสมัครใหม่ ต้องทำภายใน 30 วัน แต่ต้องมีเวลาทำความเข้าใจให้ประชาชน ทั้งตัวผู้สมัครและตัวพรรค ที่ต้องไปแนะนำและฝากเนื้อฝากตัวกับประชาชนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งกับผู้สมัครที่เพิ่งย้ายเข้ามาและทำอย่างตรงไปตรงมา.