สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ว่า เมื่อสองปีก่อน ประชาคมโลกกำหนดเป้าหมายที่จะเพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2573 เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก แต่ไออีเอระบุว่า โลกจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้
ในปีที่แล้ว ไออีเอคาดการณ์ว่า โลกจะเข้าใกล้เป้าหมายนี้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มพลังงานหมุนเวียนอีก 5,500 กิกะวัตต์ แต่ขณะนี้ หน่วยงานระบุในรายงานพลังงานหมุนเวียนฉบับล่าสุด คาดว่าพลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้นเพียง 4,600 กิกะวัตต์ หรือคิดเป็น 2.6 เท่าจากระดับในปี 2565 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงด้านนโนยาย กฎระเบียบ และตลาด นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2567
Explore our Renewables 2025 report ????
— International Energy Agency (@IEA) October 7, 2025
Executive summary → https://t.co/jFMWVwtJg3
Electricity → https://t.co/lplorpRLex
Transport → https://t.co/xVwDllOvor
Heat → https://t.co/wEa5TwoLdg pic.twitter.com/QCVUunL4bZ
นอกจากนี้ ไออีเอยังปรับลดคาดการณ์สำหรับสหรัฐ “เกือบ 50%” เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับพลังงานหมุนเวียน และควบคุมกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นต่อโครงการต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน การที่จีนเปลี่ยนจากการเก็บภาษีแบบคงที่สำหรับผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียน มาเป็นการประมูล ก็ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของโครงการต่าง ๆ และทำให้คาดการณ์การเติบโตลดลงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ไออีเอระบุเสริมว่า จีนยังคงมีสัดส่วนการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนมากที่สุด และประเทศอยู่ในเส้นทางที่จะบรรลุเป้าหมายพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2578 เร็วกว่าที่กำหนดไว้ถึง 5 ปี
แม้การเติบโตของพลังงานหมุนเวียนในจีนและสหรัฐ อาจชะลอตัวลง แต่ไออีเอระบุว่ามีแนวโน้มเชิงบวกในประเทศและภูมิภาคอื่น ๆ เช่น อินเดีย เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สเปน ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ.
เครดิตภาพ : AFP



