เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่รัฐสภา พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง พร้อมกับ สส. ของพรรค เพื่อพูดคุยกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในขณะนี้ ว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความห่วงใยประชาชนในพื้นที่เหล่านั้น ซึ่งกําลังประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อย่างรุนแรง ขอแสดงความเสียใจไปยังผู้สูญเสีย เนื่องจากได้รับรายงานมาว่า หนึ่งวันก่อนหน้าที่ตนจะลงพื้นทีj จ.พระนครศรีอยุธยา มีประชาชนถึงเสียชีวิต 4 คน จากการลงพื้นที่ ตนได้พบปะกับหน่วยงานหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะ รพ.สต. ซึ่งต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่เองทํางานอย่างเต็มศักยภาพในแง่เชิงรับ มียาและเวชภัณฑ์เพียงพออยู่ แต่เสียงจากสาธารณสุขที่อยู่หน้างาน เรียกร้องมายังตน เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลว่า ต้องการทํางานเชิงรุก ทั้งรถฉุกเฉิน และการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ และอําเภอ ซึ่งรัฐบาลอาจจะให้การสนับสนุนได้ในส่วนนี้ได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลบางส่วนยังช้าอยู่ เช่น เงินเยียวยา หากลงพื้นที่จริงจะพบว่า หลายพื้นที่ท่วมมาหลายเดือนแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้สิ้นฤดูกาลค่อยมาจ่ายทีหลัง ก็สามารถจ่ายได้เลย ส่วนการแก้ไขปัญหาเชิงระบบระยะยาว ถ้าช่วยเหลือโดยตรงกับประชาชน เช่น การดีดบ้าน จากที่ประชาชนก็สะท้อนว่า ท่วมทุกปี มีนักการเมืองมาหาทุกปี แจกถุงยังชีพทุกปี จะให้เขาท่วมอยู่อย่างงี้ทุกปีใช่หรือไม่ ตกลงแล้วอะไรคือทางออก หากจะช่วยแล้ว ก็ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ นี่คือสิ่งที่ตนได้นำเสนอไปว่า ประชาชนอาจจะถูกขูดรีดจากผู้รับเหมาหรือไม่ เราจึงควรมีการจัดการอย่างเป็นระบบ
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนเมื่อเปรียบเทียบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับรัฐบาล น.ส.แพทอง ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี ภาพรวมในตอนนี้ต้องบอกว่า รัฐบาลเพิ่งทําหน้าที่ได้ไม่นาน จึงเชื่อว่า เอาปัญหาเฉพาะหน้า ณ ตอนนี้ดีกว่า สิ่งที่ประชาชนส่งเสียงมาโดยตรงว่า การเยียวยายังช้าไปอยู่ จะทําอย่างไรให้เร็วขึ้น อย่างกรณีแนวชายแดน ซึ่งได้รับการเยียวยา ก็มีข่าวดี แต่อยากให้รัฐบาลเร่งจัดการหลักเกณฑ์ในพื้นที่น้ำท่วมให้สอดคล้องกับปัญหาที่ประชาชนได้เจอ ทั้งนี้พรรคจะใช้ทุกกลไกทั้งสภา อย่างกรรมาธิการ และการผลักดันกองทุนดีดบ้าน
เมื่อถามถึงกรณีข้อวิจารณ์ว่า นายอนุทินลงพื้นที่ไม่มากพอ เช่น การเลือกไปวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั้น เรามีการตรวจสอบติดตามอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีคงมีภารกิจอย่างหลากหลาย การที่จะไปงานวันเกิดใครก็แล้วแต่ ก็อยู่ที่วิจารณญาณของนายกรัฐมนตรีด้วย เพื่อความเป็นธรรม ตนทราบว่านายกรัฐมนตรีคงไม่สามารถลงพื้นที่น้ำท่วมได้ครบทุกพื้นที่ แต่สิ่งที่ประชาชนคาดหวัง คือผู้บริหารประเทศที่จะลงไปรับฟังปัญหาเขาอย่างครบถ้วนมากที่สุด ฟังปัญหาอย่างเดียวไม่พอ อยากให้เกิดการกระทําด้วย ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนคาดหวังต่อจากนี้ คือมาตรการช่วยเหลือเยียวยาจริงๆ
ขณะที่ นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน กล่าวอธิบายถึงแนวทางการจัดการน้ำในปัจจุบันนี้ ซึ่งกํากับดูแลโดย สทนช. และกรมชลประทาน ซึ่งกลายเป็นใช้ทุ่งรับน้ำเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะระบาย จึงทําให้พื้นที่ที่เป็นบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำนั้น มีน้ำท่วมสูงขึ้น และนานขึ้น นี่เป็นเหตุผลสําคัญว่า ทําไมประชาชนเดือดร้อนมากขึ้นทุกปี ดังนั้น พรรคประชาชนจึงขอเสนอให้มีการจัดสรรน้ำในทิศทางอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะการระบายน้ำไปทางทิศตะวันออกมากยิ่งขึ้น ซึ่งการบริหารจัดการต่างๆ ก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลโดยด่วน ตลอดจนการเร่งโครงการขนาดใหญ่ เช่น คลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก ที่จะทําให้เกิดการผันน้ำไปทางทิศตะวันออกมากยิ่งขึ้น
นายทวิวงศ์ กล่าวว่า สําหรับข้อเสนอของประชาชนมี 3 ประเด็นหลัก ที่อยากส่งต่อไปยังรัฐบาล คือ 1.การทบทวนแผนการระบายน้ำ โดยขอเสนอให้ลดความจําเป็นที่จะต้องเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาลงมาสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.อ่างทอง อยากให้มีการตัดยอดน้ำตั้งแต่เหนือเจ้าพระยาขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณรัฐบาล ที่ได้ยินเสียงพวกเรา และเริ่มมีการทําสิ่งเหล่านี้ ขอบคุณ สทนช. และกลุ่มชลประทานด้วย ที่มีการปรับลดการระบายน้ำลงมาแล้ว แต่ก็ยังยังส่งผลกระทบเยอะอยู่สําหรับประชาชน
นายทวิวงศ์ กล่าวว่า 2.ปรับกรอบเวลาชดเชยเยียวยา จากแต่เดิมที่ต้องรอให้น้ำท่วมเสร็จก่อนจึงจะมีการชดเชยเยียวยา แต่เราขอเสนอให้มีการชดเชยเยียวยาให้กับประชาชนทุกเดือนที่มีน้ำท่วม หรือคือการชดเชยค่าครองชีพให้กับประชาชน เพราะในช่วงเวลานั้น ประชาชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากมาย และ 3.อยากขอให้รัฐบาลมีกลไกในการจัดตั้งกองทุนเพื่อการดีดบ้าน รวมถึงกองทุนในการอํานวยความสะดวก และสาธารณูปโภคให้กับประชาชนด้วย ซึ่งเราจําเป็นต้องมีศูนย์อํานวยความสะดวกที่มีคุณภาพ และสามารถใช้ได้ทั้งในช่วงน้ำท่วม และช่วงที่ไม่มีน้ำ ให้สามารถเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ให้ประชาชนสามารถขอสิ่งอํานวยความสะดวกได้ อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะเสนอร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ โดยการเพิ่มหมวดเข้าไปด้วย



