เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร บี คณะ สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เข้าติดตามความคืบหน้าถึงกรณีเอกสารลับคดีทุจริตเลือก สว. ปี 2567 หรือ คดีฮั้ว สว. รั่วไหลออกสู่สาธารณะ

โดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว กล่าวว่า มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีทุจริตการเลือก สว. ปี 2567 หรือ คดีฮั้ว สว. ซึ่งสื่อมวลชนหลายสำนักรายงานว่ามีรายชื่อบุคคลสำคัญทางการเมืองและผู้เกี่ยวข้องกว่า 229 ราย ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับการทุจริตในการได้มาซึ่ง สว.อย่างไม่สุจริต

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวอีกว่า ภายหลังเอกสารดังกล่าวรั่วไหลออกสู่สาธารณะ นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกกระทรวงยุติธรรม ระบุว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องรับผิดชอบ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ปล่อยให้เอกสารลับหลุด ขณะที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่ามีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยให้รายงานผลภายใน 30 วัน

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวอีกว่า ข้อมูลที่รั่วไหลนั้นมีการกำหนดชั้นความลับระดับ ลับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 ซึ่งมีรายละเอียดของบุคคล สถานที่ และพฤติการณ์การกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตเลือก สว. โดยเอกสารดังกล่าวอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของคณะอนุวินิจฉัยข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 และก่อนหน้านี้อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงาน กกต. เป็นเวลา 60 วัน

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การที่เลขาธิการ กกต. สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 30 วัน ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ต่อคำกล่าวหาของโฆษกกระทรวงยุติธรรม ซึ่งแตกต่างจากกรณีอื่นที่ดำเนินการล่าช้า จึงมีการตั้งข้อสงสัยว่า นายแสวง บุญมี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ และมีการพยายามตัดความรับผิดชอบออกจากตนเองหรือไม่

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวอีกว่า เราเห็นควรให้คณะ กกต. ได้กรุณาดำเนินการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือความบกพร่องของนายแสวงในฐานะผู้รับผิดชอบ ว่าจะต้องมีส่วนรับผิดชอบอย่างไร