สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ว่า ตัวเลขของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า ในปีงบประมาณ 2568 เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชายแดนของสหรัฐ สกัดผู้อพยพที่เดินทางข้ามพรมแดนทางใต้อย่างผิดกฎหมายได้ 238,000 คน
ด้านสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส รายงานว่า ช่วง 8 เดือนแรกในวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มีการบันทึกการข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมาย “น้อยกว่า 9,000 ครั้ง” ในแต่ละเดือน นับเป็นตัวเลขต่ำสุดตั้งแต่ปี 2513 ซึ่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชายแดนสกัดผู้อพยพ 202,000 คน ที่ข้ามพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโก อย่างผิดกฎหมาย
Illegal US-Mexico border crossings hit lowest level in over 50 years https://t.co/ju1I7bn9OG
— BBC News (World) (@BBCWorld) October 7, 2025
“ตัวเลขข้างต้นแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านความมั่นคงชายแดน” นางเจนนี เมอร์เรย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ขององค์กร “ฟอรัมตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ” (เอ็นไอเอฟ) กล่าว พร้อมกับเสริมว่า พรรครีพับลิกัน พรรคเดโมแครต และทำเนียบขาว จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อผ่านกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง
ขณะที่ นางอบิเกล แจ็กสัน โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ตัวเลขการสกัดผู้อพยพที่ชายแดน แสดงให้เห็นว่า ทรัมป์กำลังทำตามคำมั่นสัญญาของเขา ในการรักษาความปลอดภัยของชายแดนสหรัฐ
“ผลที่ตามมาคือ ชาวอเมริกันมีความปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากอาชญากรต่างด้าวผิดกฎหมายที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ และยาเสพติดอันตราย จะไม่หลั่งไหลข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศของพวกเราอีกต่อไป” แจ็กสัน กล่าวในแถลงการณ์ทางอีเมล.
เครดิตภาพ : AFP



