เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด ภายใต้ชื่อ “ยุทธการล้างบางเครือข่ายยาเสพติดข้ามภาค” โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด., พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.สราวุธ ประเสริฐชีวะ รอง ผอ.ศปป.2 กอ.รมน. เข้าร่วมแถลง

การแถลงในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด หลังนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับการปราบปรามยาเสพติดให้เป็น “นโยบายเร่งด่วน” ของรัฐบาล โดยเน้นให้ใช้เทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างประเทศในการขยายผลเครือข่าย และให้ “อัปเดต–อัปเกรด” รูปแบบการทำงานให้ทันต่ออาชญากรรมยุคใหม่

โดยในห้วงวันที่ 4–6 ต.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ภายใต้ยุทธการดังกล่าว สามารถทลายเครือข่ายยาเสพติดสำคัญได้ถึง 4 คดี ผู้ต้องหา 10 ราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 15.78 ล้านเม็ด ไอซ์ 235 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินจากขบวนการค้ายาเสพติดอีกหลายรายการ ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผล 4 คดีสำคัญจากทั่วประเทศ ดังนี้ คดีที่ 1 (บช.ปส.) บุกทลายโกดังย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ยึดยาบ้า 4.2 ล้านเม็ด และไอซ์ 37 กิโลกรัม ซุกท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ เตรียมส่งจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง

คดีที่ 2 (บช.น.) ชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดยุทธการทลายเครือข่ายยาเสพติดกลางกรุง จับกุม “ตั้ม กระทุ่มแบน” พร้อมของกลางไอซ์ 173 กิโลกรัม และยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง, คดีที่ 3 (ตำรวจภูธรภาค 5) เจ้าหน้าที่ด่านตรวจห้วยไร่ จ.แพร่ สกัดจับแก๊งลักลอบขนยาเสพติด ยึดยาบ้า 6.4 ล้านเม็ด และไอซ์ 25 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระสอบรำข้าวบนรถบรรทุก และ คดีที่ 4 (บช.ตชด.) กองกำลัง ตชด.246 สกัดจับขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ชายแดน อ.เชียงคาน จ.เลย ยึดยาบ้าเกือบ 5 ล้านเม็ด ทำลายเส้นทางขนส่งจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ตอนในของประเทศ

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทั้งด้านงบประมาณ เทคโนโลยี และการสร้าง “กลไกเชิงระบบ” เพื่อให้การต่อสู้กับอาชญากรรมเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเฉพาะยาเสพติดที่เป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศ

“นโยบายปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติของทุกรัฐบาล แต่รัฐบาลนี้ต้องการทำให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมรายวัน แต่ต้องตัดวงจร ตัดเส้นทางการเงิน และยึดทรัพย์สินให้สิ้นซาก” นายกรัฐมนตรี กล่าว

พร้อมกันนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงแนวนโยบายด้านกฎหมายว่า ตนมีแนวคิดที่จะปรับนิยามของ “ผู้เสพ” และ “ผู้ค้า” กลับมาใช้หลักเกณฑ์เดิมคือ “1 เม็ดก็ผิด” เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยชี้ว่า การแก้ไขกฎหมายในอดีตที่เพิ่มเกณฑ์จาก 1 เม็ดเป็น 5 เม็ด ไม่ได้ทำให้จำนวนผู้ค้ายาเสพติดลดลง กลับกลายเป็นช่องว่างให้กลุ่มค้ายาใช้เลี่ยงกฎหมาย

“ตนยืนยันว่า ผู้ค้าก็คือผู้ค้า จะครอบครอง 1 เม็ดหรือ 5 เม็ด ก็ต้องถูกดำเนินคดีเหมือนกัน ไม่มีข้อยกเว้น และถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะถูกลงโทษหนักกว่าประชาชนทั่วไป เพราะถือว่าทรยศต่อหน้าที่และประชาชน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในระยะต่อไป นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลตั้งเป้าขยายผลการยึดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติดให้มากที่สุด รวมทั้งจะลงพื้นที่ในระดับชุมชน หมู่บ้าน และตำบล เพื่อกำจัดเครือข่ายรายย่อยอย่างจริงจัง โดยมอบหมายให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด

“เราจะไม่ปล่อยให้แม้แต่รายย่อยอยู่รอด การลงพื้นที่ครั้งต่อไปจะลงถึงระดับชุมชน ใครที่ยังคิดทำผิด ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้า รายย่อย หรือผู้สนับสนุน เตรียมตัวไว้เลย คุกแน่นอน” นายกรัฐมนตรี กล่าว พร้อมระบุว่า หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีทันที

นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า การปราบปรามยาเสพติดจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้นำชุมชน และฝ่ายปกครอง เพราะไม่มีผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันคนใดต้องการให้พื้นที่ของตนกลายเป็นแหล่งค้ายาเสพติดแน่นอน พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลไม่เพิกเฉย และจะเดินหน้าล้างบางยาเสพติดให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทย