นับเป็นพระเอกหนุ่มฮอตที่โกอินเตอร์แบบเงียบ ๆ แต่ปังหนักมาก สำหรับ “ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร” ที่ล่าสุดได้สร้างความฮือฮาด้วยการเป็นพระเอกเอ็มวีให้กับ “โจลิน ไช่” (Jolin Cai) ศิลปินสาวซุป’ตาร์ชาวไต้หวัน ในเพลงใหม่ “Pillow”

ล่าสุด ต่อ ธนภพ ได้มาร่วมงาน “Citizen of Love : Born to Run 2026 United for Change” พร้อมทั้งให้ได้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมคอลแลปกับศิลปินต่างชาติ รวมถึงสถานการณ์งานในไทยที่ต้องยอมรับว่าไม่คึกคักเหมือนก่อน โดย ต่อ เผยว่า “ช่วงนี้งานเยอะทั้งไทยและต่างประเทศถือว่าโชคดี ขอใช้คำนี้ ที่หลาย ๆ คนเห็นทั้งโทรทัศน์ทั้งอะไร มันอาจจะไม่ได้คึกคักซะทีเดียว เหมือนตอนนี้ ยังไม่แน่ใจเลยว่าโปรเจกต์ที่เพิ่งถ่ายเสร็จไปจะทันปีนี้ไหม มีสิทธิที่จะไม่ทัน”

“หลัก ๆ พวกดีเทลอาจจะขนาดนั้นไม่ได้ หลังจากนี้ส่วนใหญ่จะคุยอยู่ แล้วก็เรื่องแบบนี้พูดยาก เพราะเห็นใจพี่ ๆ ในวงการนี้ ต้องยอมรับละครน้อยลง ซีรีส์ต่าง ๆ ทุกอย่างไม่ใช่แค่น้อย มันสั้นลงด้วย ต้องช่วยกัน พูดไม่ถูกเหมือนกันว่าต้องยังไง ช่วงนี้ก็เต็มที่ในส่วนที่รับผิดชอบ”

“เรื่องไม่ค่อยมีงาน เพื่อน ๆ ไม่บ่น ส่วนใหญ่ผมเป็นคนขี้บ่น ช่วงไหนที่หยุดเกิน 2-3 วัน ไม่ได้ละ จริง ๆ ทุกวันนี้ถ้าไม่มีแมลงบำบัดจิตใจกับเหล่าเพื่อนในเกม ก็อาจจะรู้สึกเซ็งนิดหนึ่ง ช่วงนี้รู้สึกพอได้อยู่กับตัวเอง ก็มีกิจกรรมให้ทำมากขึ้น”

ต่อ เผยอีกว่า “มีโอกาสไปถ่ายเอ็มวี เรียกว่าเป็นรุ่นพี่ศิลปิน เขาเป็นศิลปินเดี่ยว ชื่อว่า โจลิน ไช่ (Jolin Cai) ผมว่าต้องขอบคุณหลายฝ่าย ขอบคุณทีมงานพี่โจลิน แล้วก็ขอบคุณฝั่งวาเลนติโน่ด้วย เพราะว่าจริงๆ แล้ว เหมือนเราคอลแลปกันหมดเลย ก็เลยมีโอกาสได้ไปถ่ายเอ็มวีร่วมกับเขา รู้สึกเป็นเกรียรติมากๆ ครับ เขาติดต่อมาผ่านทางผู้จัดการ ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว”

“โจลินน่ารักมากครับ คือ ผมพูดจริงๆ ว่าเอาเขาเป็นแบบอย่างได้หลายอย่างมาก ความมืออาชีพ ทั้งที่แบบเขาน่าจะเป็นเบอร์ใหญ่มากๆ ผมชอบทำงานกับเขา แล้วรู้สึกว่าความมืออาชีพของเขาทำให้เรารู้สึกสบายใจแล้วไม่เบียดเบียนกันเลย ทั้งด้านเวลาและจิตใจ ซึ่งผมรู้สึกว่าสิ่งนี้สำคัญมาก มันไม่ใช่แค่ระหว่างเรากับเพื่อนร่วมงาน แต่มันคือทั้งกับทีมงานด้วย ผมเห็นด้วยตาของตัวเองแล้วสัมผัสแล้วว่าคนนี้เวรี่กู๊ด”

“จริงๆ มีเดินทางไปถ่ายที่สตูที่เขาทำไว้ เพราะทั้งหมดที่เห็นเป็นสตูที่เขาเซตไว้ไม่ใช่ที่จริงครับ น่าจะเซี่ยงไฮ้ครับ ฟีดแบ็กถือว่าดีนะครับ แฟนๆ ผมที่จีน เหมือนเขารู้ก่อนผม หมายถึงว่าเขารู้ว่าผมไปถ่ายกับโจลินมา คือผมเจอกับแฟนๆ ชาวจีน ก่อนที่เอ็มวีจะออก แล้วเหมือนเขาถามผมว่าผมได้ไปถ่ายงานกับโจลินมาใช่ไหม เป็นโอกาสที่ดีและผมก็รู้สึกขอบคุณ จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกขอบคุณ เป็นโปรเจกต์ที่ดีแล้วเพลงก็ดี”

ต่อ เล่าอีกว่า “แพลนร่วมงานกับศิลปินต่างประเทศ แต่เป็นเราร้องเองก็ได้ครับ ถ้ามีโอกาสก็ไม่ได้ปิดกั้น ไม่เล็งเลยครับ พอโตมาถึงจุดหนึ่ง เราจะรู้ว่าไม่ต้องเล็งใครเลยครับ จริงๆ แล้วโอกาสที่เราได้ไปเจอเขามันเวิร์กกว่า ว้าวกว่าด้วย ผมว่าโลกยุคนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้วครับ มันเปิดมากๆ ผมว่าการคอลแลปไม่ใช่เรื่องยาก แต่เราอาจจะต้องพาตัวเองทั้งหมดขึ้นไป”

“สายการแสดงมีแพลนครับ แต่แพลนที่อยากเห็นจริงๆ ไม่ใช่การที่เราไป ผมชอบการคอลแลป เพราะสุดท้ายแล้วผมรู้สึกว่าผมไม่ได้อยากเป็นแค่คนไทยที่ออกไปเล่นเฉยๆ ผมรู้สึกว่าเขาก็สามารถมาถ่ายงานที่นี่ได้เหมือนกันครับ”

ขอบคุณภาพจาก:thanapob_lee