นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ปณท พร้อม ขานรับนโยบายของรัฐบาลที่ได้ แถลงมาตรการเร่งด่วน Quick Win (ควิก วิน) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 68 โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนภาคธุรกิจ รายย่อย เกษตรกร และผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง ผ่านมาตรการระยะเร่งด่วน ด้วยการปรับบริการและโครงสร้างราคาที่เอื้อต่อประชาชนและผู้ประกอบการทุกระดับ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นภาคการส่งออกของไทยอย่างเป็นรูปธรรม คือ ลดค่าขนส่งทั่วประเทศ โดย ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซและลูกค้าธุรกิจ ด้วย “โปรลับ อีเอ็มเอส ส่งด่วน” ที่มอบอัตราค่าบริการพิเศษเฉพาะกลุ่ม เพื่อช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ โดยผู้ประกอบการสามารถออกแบบรูปแบบบริการได้ตามความต้องการ เช่น ความถี่ในการส่ง ปริมาณพัสดุ หรือพื้นที่จัดส่ง พร้อมระบบบริหารต้นทุนแบบคงที่ในระยะยาว

และร่วมสนับสนุนมาตรการเฉพาะด้านของหน่วยงานภาครัฐ โดยมีความร่วมมือกับ สภาเกษตรกรแห่งชาติ จัดโปรโมชัน EMS ส่งด่วนผลไม้ ส่ง 3 กก. ราคาเพียง 45 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง ของเกษตรกร พร้อมด้วยความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ออกโปรโมชัน ส่งด่วนผลไม้ ส่ง 3 กก. ราคา 48 บาท และยังมีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่สนับสนุนกล่องผลไม้และตะกร้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ของเกษตรกร
นายดนันท์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยัง หนุนสินค้าชุมชนขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์ ไปรษณีย์ไทยเร่งส่งเสริมให้สินค้า โอท็อปและ สินค้าชุมชนไทยเข้าสู่แพลตฟอร์ม ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท ดอทคอม เพื่อเปิดช่องทางจำหน่ายจากท้องถิ่นสู่ตลาดออนไลน์ พร้อมทั้งขยายตลาดไปสู่ผู้บริโภค 23 ประเทศทั่วโลกให้เข้าถึงสินค้าคุณภาพตัวท็อปได้โดยตรงจากผู้ผลิต และยังเป็นช่องทางที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและธุรกิจเอสเอ็มอี ให้เติบโตไปพร้อมกับโลกยุคดิจิทัล พร้อมช่วยขยายตลาดสินค้าสู่ต่างประเทศ ใช้เครือข่ายครอบคลุมกว่า 193 ประเทศ 205 ปลายทางในการส่งออกสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอี และสินค้านวัตกรรม พร้อมให้บริการ ตั้งแต่ให้คำปรึกษาการส่งออก จัดทำเอกสารศุลกากร การจัดเก็บและแพ็กกิ้งตามมาตรฐานสากล ไปจนถึงการเลือก บริการขนส่งที่เหมาะสม เป็นต้น
“ไปรษณีย์ไทยเดินหน้ามาตรการครั้งนี้ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน คือการช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งให้กับผู้ประกอบการทุกกลุ่ม พร้อมสร้างเครือข่ายการตลาดที่เข้มแข็งขึ้น ทั้งในมิติภายในประเทศและการเชื่อมต่อสู่ต่างประเทศ การขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมนี้จะมีส่วนสำคัญในการเสริมสภาพคล่องและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในทุกระดับจากศักยภาพเครือข่ายของไปรษณีย์ไทยที่ครอบคลุมทุกพื้นที่มีโครงสร้างบริการที่ปรับให้เข้ากับความต้องการของภาคธุรกิจ และความพร้อมในการเชื่อมโยงสินค้าสู่ตลาดโลกอันเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อทั้งประเทศ”



