ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด สำหรับความคืบหน้าในคดีดังของนักร้องชื่อดัง “ติ๊ก ชิโร่” ที่ก่อนหน้านี้ขับรถตู้ชนรถ จยย. 2 พี่น้องกลางสะพานสูง 10 เมตร ย่านสุขาภิบาล 5 สายไหม พี่สาววัย 28 ปีเสียชีวิต ส่วนน้องนักศึกษา ม.ดัง ร่างตกสะพานเจ็บสาหัส แต่ ติ๊ก ชิโร่ แสดงความเป็นลูกผู้ชายไม่หนี พร้อมรับสารภาพขับเอง อีกทั้งก้มกราบขอขมาศพ และพ่อแม่ผู้ตาย ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

ล่าสุดในงานแถลงข่าว “คืนสู่ไร่แคมป์ไฟดนตรีมาลีฮวนน่า พี่เพื่อนน้องร้องเพลงรัก” นักร้องดังได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงสภาพจิตใจและความคืบหน้าของคดีต่อหน้าสื่อมวลชน ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเหมือนกลั้นน้ำตาไว้

ติ๊ก ชิโร่ ได้เผยว่า “สำหรับความคืบหน้าของคดีที่หลายคนเป็นห่วงเป็นใย ก็ขอบคุณอย่างมากเลย แต่ผมขอยังไม่พูดเรื่องนี้ เพราะในขณะนี้ก็ยังไปรายงานตัวอยู่ ถือว่ายังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ แน่นอนว่าไม่ได้หนีหายไปไหน ก็ทำตัวอย่างถูกต้องที่สุดและดีที่สุด น้ำตาจะไหลนะเนี่ย และก็ล่าสุด ถ้าจะขออนุญาตพูดก็ด้านความสำนึกก็ได้แต่งเพลงขึ้นมาเพลงนึง ซึ่งเป็นเพลงที่สะท้อนความรู้สึกว่า อยากจะเป็นตัวแทนของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป และนำเอาประสบการณ์ชีวิตของเรามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ก็เลยแต่งเพลงชื่อ “เมาไม่ขับ” แล้วทาง YouTube ก็ตั้งใจว่าถ้าสมมุติเพลงนี้ มันมีค่ามากพอที่จะมอบให้กับองค์กรอะไรใดๆ ก็จะมอบให้ คือสิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุด ในตอนนี้ก็คือร้องเพลง และแต่งเพลงครับ

ส่วนสภาพจิตใจ ที่ดูอ่อนไหวมากๆ ต้องขออนุญาตบอกว่า ถ้าใครไม่มีโอกาสได้เจอสิ่งเหล่านี้ ก็อาจจะไม่ทราบ ก็คงคิดว่า เราอาจจะสามารถดำเนินชีวิตไปได้ง่ายๆ สบายๆ แต่ไม่ใช่นะครับ มันยากมาก แล้วใครบางคนก็อาจจะอยู่ในช่วงเวลาที่มันยากมากมายในการดำเนินชีวิต มันมีผลกระทบถึงหัวใจ และการดำเนินชีวิต แม้กระทั่งเรื่องหน้าที่การงาน เพราะฉะนั้นถ้าเพลงของผมจะสามารถบอกใครได้ ถ้าจะเป็นไปได้พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นนักดนตรี ก่อนจะเลิกลาจากสถานบันเทิงต่างๆ ถ้าใครอาจจะร้องเพลงนี้ได้ ก็อาจจะช่วยคนอื่นได้ไม่มากก็น้อย นี่แหละเป็นสิ่งที่ผมคิดแล้วก็ทำเสมอ

ระหว่างทางก็อาจจะมีท้อบ้างในเรื่องที่จะต้องเยียวยา เราก็สม่ำเสมอ ถูกต้อง ตรงไปตรงมา แต่ในขณะที่รายงานตัว ก็คงจะมีไปถึงจุดที่สำคัญที่สุด ในด้านกฎหมาย ถามว่าแนวโน้มทุกอย่าง มันจะไปในทางที่ดีใช่ไหม เพราะเราก็ตั้งใจให้มันเป็นไปตาม กฎหมาย อย่างถูกต้อง ใช่ครับคือเรามีความตั้งใจอยู่แล้ว ผมเองเป็นคนที่ทำงานจิตอาสามาตลอด ถ้ามองในมุมของผม ผมช่วยคนอื่นมาตลอด แต่ว่าแน่นอนแหละ อุบัติเหตุก็ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบสังคม สิ่งเหล่านั้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งหนึ่งที่มันอาจจะบั่นทอนความรู้สึก มีผลต่อครอบครัว ต่อทุกคน แต่ว่าในฐานะที่ผมเป็นคนอดทน ผมต่อสู้ชีวิตมา ผมก็ยังอยากที่จะ แม้กระทั่งในวันนี้ ผมก็อยากจะทำอะไรในบางสิ่งบางอย่างเพื่อเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพราะว่าผมอยู่ตลอดเวลาในขณะนั้น ในตอนที่แม้กระทั่งในจังหวัดใดๆ ที่เกิด อุบัติเหตุ ในฐานะที่เป็น จิตอาสา ไม่ว่าจะมียูนิฟอร์ม มีชุดหรือไม่ผมก็ไปช่วยตลอด แต่ว่าแน่นอนแหละ ชีวิตสิ่งที่แน่นอนก็คือความไม่แน่นอน เพราะฉะนั้นในจิตใจของผมก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมอยู่ตลอดเวลา อันนี้ก็เป็นเรื่องจริงที่มันไม่สามารถที่จะตัดออกไปจากความสุขผมได้ครับ

ถามถึงความกังวลที่สุดในตอนนี้คือเรื่องอะไร ในขณะนี้ก็พยายามที่จะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม มีรอยยิ้มเสียงหัวเราะ พูดจาน่ารักตลกขบขัน เป็นที่รักของพี่เพื่อนน้อง อยู่ตรงไหนก็มีรอยยิ้ม บางครั้งก็โดนความรู้สึกที่เหมือนกับที่หัวใจโดนลูกศรปักเข้ามาในหัวใจ บางครั้งมันก็อ่อนล้า เพราะว่าเราเป็นคนมีชื่อเสียง เพราะฉะนั้นมันก็เลยจะ ก้าวเดิน จะทำอะไรก็สามารถที่จะ… เหมือนกับคนที่เป็นจุดศูนย์กลาง แล้วก็มี คีย์บอร์ด มาจากทั่วโลก ใครจะคิดอะไรก็ได้ ไม่รู้ว่าคนที่คิดคนที่พูดเป็นใคร ก็แน่นอนแหละครับเราไม่สามารถที่จะปิดกั้นความคิดของใคร ในแง่มุมใดได้ ทุกคนก็จะมีมุมที่บางครั้งเราก็จะต้องอ่อนล้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนกับสิ่งที่อาจารย์ไข่พูดว่า “เราอยู่โลกยุคใหม่แล้ว เพราะฉะนั้นบางครั้งเราก็ต้องยอมรับความเป็นจริง แล้วก็อยู่ต่อให้ได้ อดทน เราต้องเข้าใจตัวเราเอง แล้วก็เข้าใจสังคม และเข้าใจในสิ่งที่เราต้องก้าวเดินต่อไป” ครับ”