สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่า ทำเนียบเลลีเซออกแถลงการณ์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส จะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ “ภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง” และผู้นำฝรั่งเศส “เชื่อว่ามีความเป็นไปได้” ที่ทุกภาคส่วนจะร่วมกันบรรลุแผนงบประมาณภายในสิ้นปีนี้
ทั้งนี้ มาครงสามารถแต่งตั้งให้นายเซบาสเตียน เลอคอร์นู กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งได้ แม้เจ้าตัวเพิ่งลาออกไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้ หลังดำรงตำแหน่งยังไม่ครบ 1 เดือน ส่วนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเป็นคนที่ 8 นับตั้งแต่มาครงดำรงตำแหน่งสมัยแรก เมื่อปี 2560
ในเวลาเดียวกัน ผู้นำฝรั่งเศสสามารถเลือกยุบสภา เพื่อจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายค้านต้องการ หรืออาจถึงขั้นลาออกเอง โดยจะเป็นเพียงครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของฝรั่งเศส แต่หลายฝ่ายมองว่า ทางเลือกนี้ “แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น”
President Emmanuel Macron is moving to name a new prime minister rather than calling snap elections, an approach that buys time for the country’s political establishment to pull France out of its fiscal disarray https://t.co/jAz9YMXwPz
— The Wall Street Journal (@WSJ) October 8, 2025
ขณะที่เลอคอร์นูซึ่งตอนนี้อยู่ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โดยส่วนตัวเขามีความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลและฝ่ายค้านจะสามารถหาทางออกเกี่ยวกับแผนงบประมาณร่วมกัน พร้อมทั้งส่งสัญญาณ ว่ารัฐบาลพร้อมประนีประนอมเรื่องการเพิ่มเพดานอายุเกษียณ
นอกจากนี้ เลอคอร์นูเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ มีคนนอกที่ตรงสายงานเข้ามาร่วมมากขึ้น และ ไม่ควรมีสมาชิกคนใด ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งต่อไป ซึ่งตามกำหนดการคือในปี 2570 และมาครงลงสมัครไม่ได้อีก เพราะดำรงตำแหน่งครบสองสมัยแล้ว
อย่างไรก็ตาม นางมารีน เลอ แปน แกนนำพรรคแนวร่วมแห่งชาติ (อาร์เอ็น) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด และกำลังมีคะแนนนิยมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่า ท่าทีของผู้นำฝรั่งเศส “เป็นเพียงการซื้อเวลา” เพราะทางออกดีที่สุดตอนนี้ คือการยุบสภา และพรรคอาร์เอ็นจะลงมติคัดค้านแผนการทั้งหมดของรัฐบาลชุดใหม่.
เครดิตภาพ : AFP



