สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า นายเจ.บี.พริตซ์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ และนายแบรนดอน จอห์นสัน นายกเทศมนตรีเมืองชิคาโก ควรถูกจับกุมและรับโทษจำคุก เนื่องจากขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ในการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองคนไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี)


ทั้งนี้ เมืองชิคาโก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของสหรัฐ และตั้งอยู่ที่รัฐอิลลินอยส์ ที่เป็นหนึ่งในฐานเสียงของพรรคเดโมแครต กำลังเป็นจุดปะทุแห่งล่าสุดในปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพผิดกฎหมายของไอซีอี ตามคำสั่งของรัฐบาลทรัมป์ซึ่งมาจากพรรครีพับลิกัน ขณะที่พริตซ์เกอร์และจอห์นสันกล่าวว่า นโยบายของทรัมป์ในเรื่องนี้ สะท้อนว่า ผู้นำสหรัฐ “อยู่บนเส้นทางของการเป็นเผด็จการอย่างเต็มรูปแบบ” และกำลังทำให้เรื่องผู้อพยพกลายเป็นเรื่องการเมือง


ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิราว 200 นาย เดินทางถึงเมืองเอลวูด ในรัฐอิลลินอยส์แล้ว เพื่อร่วมภารกิจปกป้อง “กลไกการทำงานของส่วนกลาง บุคลากรของส่วนกลาง และทรัพย์สินของส่วนกลาง” เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดมีระยะเวลาประจำการ 60 วัน ที่รัฐอิลลินอยส์


ทั้งนี้ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้มีการส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิมากถึง 700 นาย ลงพื้นที่เมืองชิคาโก และย้ำว่า ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐ ตนมีอำนาจใช้ “กฎหมายปราบปรามการจลาจล” หรือกฎหมายปราบปรามการก่อกบฏ ฉบับปี 2350 “หากมีความจำเป็น”


อนึ่ง กฎหมายปราบปรามการจลาจล มักก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสมดุลของอำนาจระหว่างรัฐบาลกลางกับส่วนท้องถิ่น และระหว่างกองทัพกับการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศ เพื่อใช้อำนาจภายใต้กฎหมายนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐต้องออก “ประกาศ” เพื่อสั่งให้ผู้ก่อการจลาจลหรือผู้ที่ขัดขวางกฎหมาย ยุติและถอยกลับไปอย่างสันติ ภายในระยะเวลาที่กำหนด.

เครดิตภาพ : AFP