กรณี นายวิโรจน์ กอไธสง อายุ 62 ปี และนางเตียง กอไธสง อายุ 56 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้านโพธิ์ชัย ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ไปแจ้งคนหายไว้ที่ สภ.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 56 หลังจากช่วงเดือน มิ.ย. 56 ไม่สามารถติดต่อ น.ส.ภาวิณี กอไธสง หรือ “เก๋” ลูกสาววัย 23 ปี ระหว่างไปทำงานอยู่ที่นิคมอุสาหกรรมเขตแหลมฉบัง และได้เข้าไปแจ้งเรื่องคนหายกับมูลนิธิกระจกเงา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 56

ต่อมา เดือน เม.ย. 57 มีชาวบ้านพบโครงกระดูกนิรนามบริเวณกลางทุ่งนาป่าปรือ ถนนขุมทอง-ลำต้อยติ่ง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ท้องที่ สน.จรเข้น้อย สันนิษฐานว่าศพเสียชีวิตและอยู่ตรงนี้มานานเพราะเหลือแต่กระดูก จากนั้นวันที่ 22 พ.ย. 62 ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เก็บสารพันธุกรรมของนางเตียง มารดาโดยสายโลหิตของ น.ส.ภาวิณี ส่งตรวจเทียบกับศพนิรนาม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

กระทั่งวันที่ 12 มิ.ย. 68 สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้แจ้งผลการตรวจเทียบสารพันธุกรรม เลขที่ตรวจ ช.00337/2568 ว่า สารพันธุกรรมของนางเตียง มีความสัมพันธ์แบบมารดาและบุตร กับโครงกระดูกไม่ทราบเพศ ก่อนจะนำกระดูกของลูกสาวไปทำบุญตามประเพณีที่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 68 จนกระทั่งต่อมามูลนิธิกระจกเงา ได้พาครอบครัวมาที่ยุติธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อร้องขอการเยียวยากับภาครัฐ

จากนั้นนายวิโรจน์ พ่อน้องเก๋ ได้เข้าไปให้การกับตำรวจ สภ.แหลมฉบัง เกี่ยวกับความสำพันธ์ของลูกสาวก่อนจะหายตัวไป โดยนายวิโรจน์ ให้การว่า หลังจากลูกสาวหายไปได้ไปติดต่อชายคนสนิทกับลูกสาว 2 คน รายแรกเป็นหนุ่มที่เพิ่งรู้จักกันในโรงงาน จ.ชลบุรี ซึ่งปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นหรือทราบข่าวใดๆ ส่วนชายคนที่ 2 พักย่านบาดกระบัง คบหากันหลายปี ปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องเช่นเดียวกัน

ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์สลดขึ้น เมื่อแฟนเก่าน้องเก๋ คนแรกที่รู้จักกันในโรงงาน จ.ชลบุรี เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ซึ่งทางตำรวจเรียกตัวไปสอบสวน ได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง โดยมีการสั่งลากับภรรยากับลูกไว้ ก่อนจะใช้อาวุธปืนฆ่าตัวเองตาย เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา

เชื่อถูกฆ่า! ครอบครัวรับโครงกระดูก ‘น้องเก๋’ กลับบ้าน หลังตามหานาน 12 ปี

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 ต.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของพ่อน้องเก๋ ที่บ้านโพธิ์ชัย ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยพบกับ น.ส.ภัทรมน กอไธสง อายุ 23 ปี น้องสาวเก๋ กล่าวว่า จริงแล้วเขาไม่จำเป็นต้องยิงตัวตาย ถ้าบริสุทธิ์จริงก็ให้การกับตำรวจแบบตรงไปตรงมาก็จบ เพราะไม่มีใครมีหลักฐานอะไร ส่วนตัวยังไม่ฟันธงว่าใครเป็นคนทำร้ายพี่สาวจนเสียชีวิต แต่การกระทำดังกล่าวก็น่าสงสัย ถือว่าเป็นเวรกรรม ใครทำอะไรไว้ก็ต้องชดใช้กรรม แต่กรรมทำงานช้าไปหน่อย

ด้านนางเตียง กอไธสง อายุ 56 ปี แม่น้องเก๋ บอกว่า ถึงตอนนี้ก็โล่งใจไปในระดับหนึ่งเพราะได้ลูกกลับมาทำบุญ ได้เห็นอะไรเกิดขึ้นเหมือนเป็นกรรมสนอง ยอมรับว่าที่ผ่านมากว่า 12 ปี ตนกับสามีอยู่ด้วยความยากลำบาก คิดถึงลูกทุกวัน ต้องหาเงินไปตามหาลูก ขายวัว ขายควาย กู้หนี้ยืมสินเพื่อออกตามหา ถึงแม้จะหมดหวังในตอนนั้นก็ตาม แต่ก็จำเป็นต้องไปเพราะนั่นคือลูก

เมื่อถามว่าจะอโหสิกรรมให้คนก่อเหตุหรือไม่ นางเตียง บอกว่า ไม่มั่นใจ เพราะที่ผ่านมาบอบช้ำมากพอแล้ว.