นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทีโอเอ เพ้นท์  (ประเทศไทย) เปิดเผยความสำเร็จจากการทำตลาดอาเซียนว่า บริษัทเน้นกลยุทธ์การจับปลาในมหาสมุทรโดยขยายตลาดจากผู้นำในประเทศไทย โดยจำหน่ายสินค้าที่ครอบคลุมทั้งสีทาอาคาร สีงานไม้สีอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ปูนก่อสร้างสำเร็จรูป กระเบื้อง แผ่นยิปซัม และสุขภัณฑ์ ทำให้เอาชนะแบรนด์คู่แข่งที่ติด 1 ใน5 ของโลก และก้าวสู่การเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน ปัจจุบันมีโรงงานผลิตใน 7ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม เมียนมาร์ กัมพูชา ลาวอินโดนีเซีย และมาเลเซีย 

ทั้งนี้ ในตลาดเวียดนามที่เข้าไปทำตลาดปีนี้ปีที่ 30 ปี ได้ใช้กลยุทธ์ที่คิดก่อน ทำก่อน นำความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมที่สะสมในไทยไปขยายตลาด ประกอบกับปัจจุบันตลาดเวียดนามนับเป็นโอกาสทองของอุตสาหกรรมสีที่กำลังเติบโตจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น และภาคการผลิตอุตสาหกรรมฟื้นตัวแข็งแกร่ง ส่งผลให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นผู้เล่นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมสีและเคมีภัณฑ์ก่อสร้างในภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ ส่งผลให้ใน 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายเฉลี่ยปีละ 1,500 ล้านบาท จากเครือข่ายจำหน่ายครอบคลุมกว่า 1,200 ร้านค้าทั่วเวียดนามทั้งร้านค้าปลีกและโครงการขนาดใหญ่ โดยที่การเติบโตเฉลี่ยในเวียดนามสอดคล้องกับอัตราการเติบโตของตลาดที่แข็งแกร่ง จากการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับภูมิอากาศเขตร้อน ด้วยเทคโนโลยีสีสะท้อนความร้อน ป้องกันเชื้อราที่เหมาะสมกับความชื้นสูงผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนจนได้การตอบรับอย่างดีจากผู้รับเหมาและนักออกแบบ ทำให้ปัจจุบันบริษัท มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 15% ของรายได้รวม

ขณะที่แผนงานหลังจากนี้จะขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่โดยเฉพาะกลุ่มเคมีภัณฑ์ก่อสร้างเพื่อนำเสนอโซลูชันครบวงจร พร้อมลงทุนด้านนวัตกรรมพัฒนาสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการรับรองมาตรฐานสิงคโปร์ ที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค สอดคล้องกับความต้องการตลาดและนโยบายรัฐบาลด้านความยั่งยืน และเน้น เสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ ผ่านการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยการปรับโครงสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ และสร้างฐานตัวแทนหลักในจังหวัดห่างไกล เพื่อให้ เข้าถึงผู้บริโภคนับล้านได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีโอเอ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับคู่ค้าอีกด้วย