สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการรักษาโรคสุดพิสดารของหญิงสูงวัยคนหนึ่งในประเทศจีนเมื่อไม่นานมานี้ ผู้ป่วยหญิงสูงวัยรายนี้มาจากเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงของจีน มีอาการปวดหลังที่ไม่ยอมหาย แต่แทนที่จะไปพบแพทย์เพื่อรักษา เธอกลับใช้วิธีรักษาตามความเชื่อแบบพื้นบ้าน 

หลังจากที่ได้ยินข่าวลือว่าการกลืนกบเป็น ๆ สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ คุณยายแซ่จางรายนี้จึงขอให้ญาติช่วยจับกบขนาดกลางมาให้เธอโดยที่ไม่ได้บอกว่าจะนำไปทำอะไร จากนั้นเธอก็จัดการกลืนกบเป็นๆ ไปทั้งหมดห้าตัวในวันแรก และกลืนอีกสามตัวในวันถัดมา หลังจากนั้นไม่นาน คุณยายก็เริ่มมีอาการปวดท้อง

ในตอนแรก คุณยายจางรู้สึกแค่ไม่สบายท้องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่อาการปวดท้องกลับรุนแรงยิ่งขึ้นในวันต่อๆ มา เมื่อทนปวดท้องไม่ไหว คุณยายก็ไปสารภาพกับครอบครัวว่าได้กลืนกบเป็นๆ เข้าไปแปดตัว เพราะเชื่อว่าจะช่วยรักษาอาการปวดหลัง

หลังจากที่คุณยายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลระดับ 1 ในเครือมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง แพทย์ก็ตรวจและทำการทดสอบหลายอย่างจนสามารถตัดเรื่องเนื้องอกออกไปได้ แต่กลับพบว่า ร่างกายของคุณยายมีเซลล์ออกซิฟิล (Oxyphil cells) ในปริมาณสูงผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงโรคบางชนิด เช่น การติดเชื้อปรสิต หรือความผิดปกติของเลือด

“การกลืนกบเป็นๆ ได้ทำลายระบบย่อยอาหารของผู้ป่วย และเปิดช่องให้ปรสิตเข้าสู่ร่างกายของเธอ” แพทย์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวกับนักข่าวพร้อมเสริมว่าผู้ป่วยติดเชื้อพยาธิตัวตืดสปาร์กานัม (Sparganum tapeworm) ซึ่งเป็นปรสิตที่มักพบในผู้ที่รับประทานหรือสัมผัสกบและงูเป็น ๆ

หลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลาสองสัปดาห์ คุณยายจางก็หายเป็นปกติและได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ แต่คณะแพทย์ต้องการใช้กรณีของเธอเป็นอุทาหรณ์ถึงความเสี่ยงต่อการรักษาโรคด้วยวิธีพื้นบ้าน 

“นอกจากการกลืนกบแล้ว หลายคนยังรับประทานดีงู, ดีปลาดิบ หรือใช้หนังของกบคลุมร่างกาย” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าว “คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและไม่ค่อยปรึกษาเรื่องสุขภาพกับลูกหลาน โดยจะมาโรงพยาบาลก็ต่อเมื่ออาการหนักมากแล้วเท่านั้น”

ที่มา : odditycentral.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES