เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จากการที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท คงการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตรา 2,300 ลบ.ม./วินาที ส่งผลทำให้มวลน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำน้อย คลองสาขาต่างๆ ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา หลายพื้นที่เริ่มลดระดับลง เฉลี่ยประมาณ 5-10 ซม.

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม จำนวน 11 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร บางปะอิน ท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา มหาราช บางปะหัน บ้านแพรก และนครหลวง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 46,373 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย ในอำเภอเสนา บางบาล บางไทร

โดยมีโรงเรียนถูกน้ำท่วม 33 โรงเรียน มัสยิดถูกน้ำท่วม 2 แห่ง วัดจำนวน 38 วัด ถนนในชุมชน 58 สาย พื้นที่การเกษตรเสียหายประมาณ 390 ไร่ เป็นนาข้าวและพืชผลทางการเกษตร ไม้ยืนต้น

สำหรับพื้นที่ของอำเภอบางบาล ถูกน้ำท่วมแล้ว 16 ตำบล 101 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 6,425 ครัวเรือน ชาวบ้านและชุมชนที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองสาขาต่างๆ ยังได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมในชุมชน ถึงแม้ระดับน้ำจะเริ่มลดระดับลงแต่ยังคงท่วมสูง 2-3 เมตร สภาพบ้านเรือนท่วมสูงถึงพื้นบ้าน บางหลังท่วมสูงเกือบครึ่งหลัง ถนนภายในชุมชนน้ำท่วมสูง ชาวบ้านต้องพายเรือในการออกจากชุมชน บางจุดมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวแรง ภาพมุมสูงจะมองเห็นว่าสภาพของชุมชนเหมือนอยู่กลางทะเลสาบ

ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงมาบ้างแล้ว แต่ยังหวั่นเนื่องจากในพื้นที่มีฝนตก ประกอบกับการระบายน้ำยังคงปล่อยมาในจำนวนที่มาก น้ำก็ยังคงท่วมสูง ความเดือดร้อนก็จะเป็นการเดินทางเข้าออกบ้านเรือนประชาชน บางบ้านมีเรือเพียง 1 ลำ คนทำงานพายออกมาทำงาน คนในบ้านก็ต้องอยู่ท่ามกลางบ้านที่ถูกน้ำท่วม ยิ่งถ้าบ้านไหนมีผู้สูงอายุ ไม่มีแรงพายมาส่งก็ต้องอยู่ในบ้านเพียงลำพังจนกว่าคนทำงานจะกลับมา ทำให้ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักในหลายพื้นที่.



