เมื่อวันที่ 10 ต.ค. น.ส.จิตศ์ตราฏ์ หมีทองธนกรณ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นำคณะผู้บริหาร และพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคลินิก ย่านภาษีเจริญ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยเพิ่มเติม ทั้งที่มีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีนพ.เก่งพงษ์ ตั้งอรุณสันติ และ ดร.อำนาจ ประสิทธิ์ดำรง ผู้บริหารสถานพยาบาลเอกชน ให้การต้อนรับพร้อมหารือร่วมกัน
น.ส.จิตศ์ตราฏ์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณี ผู้ร้องเรียนเข้ามา 2 กรณีว่า สถานพยาบาลเอกชนดังกล่าวมีการเรียกเก็บเงินค่าฟอกไต แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบและพูดคุยกันทราบว่าเกิดจากความไม่รู้ของประชาชน ว่าการฟอกไตในปัจจุบันนี้ให้บริการฟรีทั้งหมด ตามนโยบายใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนได้กำชับกับผู้ประกอบการสถานพยาบาลให้ชี้แจงสิทธิให้กับผู้ป่วยได้รับทราบอย่างชัดเจน ทั้งสิทธิบัตรทองและประกันสังคมว่าสามารถเข้ารับบริการล้างไตฟรีสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ส่วน 2 เคสที่มีการจ่ายเงินไปก่อนหน้านี้นั้น ขณะนี้ทางสถานพยาบาลได้มีการคืนเงินให้กับผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว ย้ำว่าถึงแม้คนไข้จะเซ็นยินยอม แต่ได้ประกาศนโยบายไปแล้วว่าฟอกไตฟรีทั่วประเทศจึงต้องมีแนวทางในการสร้างความเข้าใจตรงนี้ให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งสัญญาของโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการกับทางสปสช. ระบุชัดว่าฟรีก็ต้องดำเนินการตามนั้น

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการหรือหน่วยบริการจะต้องแจ้งสิทธิคนไข้ทุกครั้ง ถึงแม้คนไข้จะยินดีเซ็นยินยอมจ่ายเงิน ก็ตาม แต่เมื่อภายหลังคนไข้ต้องการใช้สิทธิล้างไตฟรีก็ต้องคืนเงินให้กับผู้ป่วย ซึ่งตามกฎหมายเขียนเอาไว้ชัดในเรื่องนี้ ดังนั้นเจ้าของสถานพยาบาลจะต้องใส่ใจในการให้คนไข้ได้รับสิทธิ และย้ำว่า หากคนไข้ถูกบังคับให้เซ็นยินยอมจ่ายเงิน หรือรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้แจ้งสายด่วน สปสช. 1330 หรือสายด่วนร้องเรียนสถานพยาบาล กรมสบส. 0-2193-7057
นพ.จเด็จ กล่าวถึงผู้ป่วย 2 รายที่จ่ายเงินค่าล้างไตไปแล้วว่า รายแรกมีการล้างไตและจ่ายเงินไปแล้ว เกิดจากความไม่เข้าใจทางเทคนิค แต่สปสช.ก็ได้มีการประสานและทางหน่วยบริการก็ได้คืนเงินให้กับผู้ป่วยไปแล้ว ส่วนอีกรายเป็นคนไข้ ที่ไม่อยากล้างไตทางหน้าท้อง ซึ่งเป็นไปตามสิทธิประโยชน์ จึงเดินทางมาล้างไตด้วยตัวเอง และยอมจ่ายเงินเอง ดังนั้นกรณีนี้ทางสปสช.จะต้องไปดู หากคนไข้ไม่ประสงค์ทำตามคำแนะนำ ซึ่งอาจมีเหตุทางสังคม เราก็ต้องจัดระบบให้ ดังนั้นกรณีนี้จึงต้องรับกลับไปดูก่อนเนื่องจากอยู่ในกรอบระยะเวลาที่กำลังดำเนินนโยบายล้างไตฟรีทุกที่ อย่างไรก็ตามหน่วยบริการเอกชนที่เรามาตรวจเยี่ยมในวันนี้รับปากว่ายินดีและพร้อมดำเนินการตามนโยบาย พร้อมปิดประกาศหน้าโรงพยาบาลว่าให้บริการล้างไตฟรีโดยไม่เก็บเงิน ทั้งนี้ ในปี 2568 มีการร้องเรียน เข้ามาว่าถูกเรียกเก็บเงิน 160 เคส ทั่วประเทศ จากนี้จะลงไปตรวจสอบตามนโยบายนี้อีกครั้ง

ทพ.อาคม กล่าวถึงกรณีสถานพยาบาลที่บังคับให้ผู้ป่วยเซ็นยินยอมจ่ายเงินก่อนหากไม่เช่นนั้นจะไม่ทำการล้างไตให้นั้น จะถือว่าสถานพยาบาลทำผิดกฎหมายพ.ร.บ.สถานพยาบาล มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท เพราะตามกฎหมาย สถานพยาบาลจะต้องไม่ปฏิเสธการรักษาผู้ป่วย และแจ้งสิทธิให้กับผู้ป่วยได้รับทราบ.



