สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ก่อตั้งมากว่า 47 ปี มีสมาชิกสื่อมวลชนด้านเศรษฐกิจครบทุกด้าน ทั้งหนังสือพิมพ์ สำนักข่าวออนไลน์ นิตยสาร สถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ จำนวนกว่า 113 สังกัด ได้จัดทำ โครงการคัดเลือกสุดยอดซีอีโอ ประจำปี 2568” หรือ CEO Econmass Awards 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยปีนี้ได้รับเกียรติจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้มอบรางวัล

การประกาศรางวัลสุดยอดซีอีโอครั้งนี้ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ได้คว้า 2 รางวัลสุดยอดซีอีโอรัฐวิสาหกิจ ในสาขา Environment และ สาขา Governance ซึ่งเป็นการคัดเลือกจาก 6 องค์กรชั้นนำระดับประเทศ ประกอบด้วย สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ สมาคมธนาคารไทย สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

สำหรับเกณฑ์การคัดเลือก รางวัลสุดยอดซีอีโอรัฐวิสาหกิจ มีหลักเกณฑ์ที่เข้มข้นตามมาตรฐานสากล โดยทางสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะเป็นคณะกรรมการคัดเลือก ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ภายใต้คะแนนจากสคร. 50 คะแนน อีก 50 คะแนน ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกกำหนด โดยคัดเลือกจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีการบริหารงานที่ดี และโดดเด่น มีผลงานเชิงประจักษ์ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ตามแนวทางด้าน ESG (Environment, Social, Governance)

ทั้งนี้รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นมาตามวัตถุประสงค์ เพื่อประกาศเกียรติคุณ และเชิดชูเกียรติซีอีโอที่มีความเป็นเลิศในแต่ละด้านตามประเภทรางวัลกำหนด, เพื่อให้สุดยอดซีอีโอ สื่อสารแนวทางดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ผลงานโดดเด่น เป็นที่ยอมรับ เพื่อเป็นแบบอย่างสำหรับการพัฒนาองค์กรอื่นๆ ต่อไปในอนาคต, เพื่อสร้างแรงกระตุ้นในการดำเนินธุรกิจที่ดี มีธรรมาภิบาล และมีความรับผิดชอบต่อสังคม และเพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนซีอีโอภาคธุรกิจที่เข้มแข็ง

ผลงานโดดเด่นของ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ได้เดินหน้าขับเคลื่อนปตท. ด้วยวิสัยทัศน์ ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน มีพันธกิจในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ สร้างการเติบโตควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสมดุลและยั่งยืน สะท้อนผ่านกิจกรรมและโครงการสำคัญตลอดปี 68 เช่น การผนึกพันธมิตรทาง การเงินต่างๆ ลงทุนในตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมา
ภิบาล

นอกจากนี้กลุ่มปตท. ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนในทุกวิกฤตของประชาชนและประเทศ อาทิ การเร่งส่งมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นไปยังศูนย์พักพิงผู้อพยพในสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ได้รับผล
กระทบจากอุทกภัยใน จ.แพร่ และ จ.น่าน

กลุ่มปตท. ยังให้การสนับสนุนเกษตรกรไทยในสภาวะผลผลิตล้นตลาด ผ่านโครงการชวนคุณสร้างรอยยิ้มให้เกษตรกร และโครงการชุมชนยิ้มได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญปตท.ยังคงสานต่อการเผยแพร่โครงการตามพระบรมราโชบายด้านการพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านภาพยนตร์สั้นเฉลิมพระเกียรติชุด สายน้ำแห่งชีวิต และจัดกิจกรรม สายธารพระเมตตา เปรมประชาวนารักษ์ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นชัดถึงการที่กลุ่มปตท. ให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างสมดุลและยั่งยืน

การดำเนินงานด้านความยั่งยืนกลุ่มปตท. ยึดหลักการขับเคลื่อนการเปลี่ยน ผ่านด้านพลังงานอย่างสมดุล ใน 3 มิติ ได้แก่ 1. เสริมสร้างความมั่นคง ทาง พลังงาน มีการกระจายความเสี่ยง สามารถรองรับการ เติบโตทางเศรษฐกิจ (Security) 2. จัดหาแหล่งพลังงานที่สามารถ เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ด้วย ต้นทุนที่แข่งขันได้ (Affordability/ Competitiveness) และ 3. ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่การลดก๊าซเรือนกระจก (Sustainability) เช่น ดำเนินการศึกษา Eastern Thailand CCS Hub