เมื่อวันที่ 11 ต.ค. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม เดินทางลงพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บริเวณฐานปฏิบัติการพลาญบั้งไฟ พื้นที่ชายแดนรอยต่ออุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกองทัพบกและที่ตั้งของกำลังพลแนวหน้า
โดย พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาชายแดนในสถานการณ์ปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันของทุกกระทรวง ทบวง กรม ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้กำลังหลักของกองทัพ สามารถเข้าถึงพื้นที่ชายแดนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อภารกิจ การส่งกำลังบำรุง การลาดตระเวน และการส่งกลับทางสายแพทย์ ทุกหน่วยต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิดเดียวกันคือ ‘น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์’ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนของไทยมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันโครงการฯ มุ่งเน้นให้กำลังพลในพื้นที่ชายแดนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน การลงพื้นที่ครั้งนี้ มี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ได้ร่วมคณะ เพื่อติดตามแผน ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และพลังงานทดแทน ในพื้นที่ทุรกันดาร พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมตรวจสอบเส้นทาง และวางแนวทางการ ซ่อม-สร้างถนนใหม่ เพื่อสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงและการแพทย์ชายแดน
พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ทหารที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ควรมีน้ำสะอาดใช้ มีไฟฟ้าให้แสงสว่าง มีทางเดินที่มั่นคง และมีสัญญาณโทรศัพท์ไว้ติดต่อครอบครัว เพราะกำลังใจของคนแนวหน้า คือพลังที่หล่อเลี้ยงความมั่นคงของชาติ
“ความมั่นคง ไม่ได้หมายถึงกำลังรบเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงความสามารของกองทัพในการดูแลคนของตนให้ ‘อยู่ได้’ และ ‘อยู่ดี’ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อขวัญและกำลังใจของกำลังพลในพื้นที่ชายแดน” พล.ท.อดุลย์ กล่าว
เมื่อถามอีกว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) ไทย-กัมพูชา พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ทางฝ่ายกัมพูชา ยังไม่รับเงื่อนไขที่ไทยเสนอ จึงมีความจำเป็นต้องเลื่อนการประชุมออกไปโดยไม่มีกำหนด
โดยประเทศไทยเห็นว่าควรให้ คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) และ อาร์บีซี ไทย-กัมพูชา หารือร่วมกัน เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามหลักมิตรประเทศที่ดี โดยประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการ รักษาอธิปไตย ความมั่นคง และมนุษยธรรม อย่างต่อเนื่อง
“ในฐานะคนที่เติบโตจากชายแดน ผมรู้ดีว่าพื้นที่ห่างไกลแค่ไหนก็ไม่ควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นทหาร หรือประชาชน ทุกคนต้องได้เดินไปด้วยกัน เพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” พล.ท.อดุลย์ กล่าว


