ในวงเสวนา จะสังเกตได้ว่า ผู้คนใน Gen ต่าง ๆ มีภาพจำเรื่องความพอเพียงแตกต่างกันไป

Gen Baby Boomer ซึ่งเติบโตมาในยุคที่โลกลำบาก กำลังฟื้นฟูหลังสงคราม ยังมีสงครามเย็น และคอมมิวนิสต์เป็นภัยคุกคาม เศรษฐกิจค่อย ๆ ปรับฐาน คนรุ่นนั้นมักจะบอกว่าภาพจำ พอเพียง ของเขาคือ สิ่งที่เห็นจากพระราชกรณียกิจ
ต่าง ๆ ที่พระองค์ท่านทรงงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาประเทศ ภาพจำคือ ความประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน ขยันขันแข็ง ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างคุ้มค่า เพราะเคยผ่านวิกฤติสงครามโลกมาแล้ว

Gen X ซึ่งเติบโตมาตอนที่โลกเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว แข่งขันกันอย่างรุนแรงในยุคโลกาภิวัตน์ ใครพลาดจะเจอวิกฤติหนัก ชาว Gen X เคยเจอวิกฤติต้มยำกุ้ง ภาพจำ พอเพียง ของเขาก็คือ ทำอะไรให้พอดีตน สร้างภูมิคุ้มกัน และพึ่งพาตนเอง อย่าหวังพึ่งพาคนอื่น เพราะเคยล้มมาแล้ว

Gen Y เป็นยุคที่ว่างเปล่า พวกเขาไม่เห็นภาพข่าวพระราชกรณียกิจมากนัก ทั้งถูกกระทรวงศึกษาฯสร้างภาพจำให้ท่อง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข และบอกให้ไปปลูกแปลงผักในโรงเรียน ติดป้ายว่า เกษตรพอเพียง ภาพจำของพวกเขาจึงเลือนราง

Gen Z คนเจนนี้น่าสนใจ เขาศึกษาเรื่องความ พอเพียง จากเรื่องราวและบทเรียนที่พี่ ๆ เจนต่าง ๆ เล่าให้ฟัง แต่พวกเขาไม่ท่องจำแบบ Gen Y เขามองหาสิ่งสำคัญในหลักปรัชญา เพื่อจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในยุคโลกเดือด ภาพจำของ พอเพียงของเจนนี้คือการสร้างนวัตกรรม เพื่อเปลี่ยน แปลงโลก ให้ยั่งยืน ตามตัวอย่างต่าง ๆ ที่ศึกษามา เช่น นวัตกรรมการเก็บน้ำด้วยเขื่อน ฝาย และพื้นที่ชุ่มน้ำ นวัตกรรมฝนเทียมเพื่อเรียกฝนในช่วงหน้าแล้ง นวัตกรรมกังหันชัยพัฒนาเพื่อเติมออกซิเจนในน้ำ นวัตกรรมพลังงานสะอาด พลังงานจากผลิตภัณฑ์การ เกษตร และอื่น ๆ อีกมากมาย

ทุก Gen ขอร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และจะสืบสาน ต่อยอด ต่อไป.