น.ส.วัชรี วรรณศรี ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ อ.ส.ค. ประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องและมีผลิตภัณฑ์นมคงคลังสะสมจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากการจำหน่ายสินค้าไม่ได้เพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยสำคัญจากการที่ อ.ส.ค. ต้องรับซื้อน้ำนมดิบเกินกว่าปริมาณที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลง (MOU)
ตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) ได้ขอให้ อ.ส.ค. รับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินเป็นการชั่วคราวในปริมาณประมาณ 83–140 ตันต่อวัน เพื่อบรรเทาผลกระทบให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม อย่างไรก็ตาม ภารกิจดังกล่าวไม่มีการจัดสรรงบประมาณรองรับ ขณะที่ช่องทางการตลาดไม่สามารถรองรับปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นได้ทัน ส่งผลให้เกิดสต็อคสินค้าสะสมและภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ น้ำนมดิบมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 22.75 บาทต่อลิตร และเมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นนมพร้อมดื่ม ยังต้องแบกรับต้นทุนด้านการแปรรูป บรรจุภัณฑ์ การจัดเก็บ การขนส่ง และการบริหารจัดการเพิ่มเติมอีกราว 70–80% ของต้นทุนการผลิต ทำให้ยิ่งมีปริมาณน้ำนมส่วนเกินเข้าสู่ระบบมากเท่าใด ภาระต้นทุนขององค์กรก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ส่วนแนวทางแก้ไขควรมุ่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือการบริหารจัดการน้ำนมดิบส่วนเกินให้สมดุลกับความต้องการของตลาด มากกว่าการเร่งระบายสต็อคเพียงอย่างเดียว เพราะการระบายสินค้าเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขณะเดียวกันได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกในการขยายตลาด โดยปรับรูปแบบการตลาด เปิดช่องทางจำหน่ายใหม่ สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และขยายฐานผู้บริโภค เพื่อให้สอดรับกับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น
“ หากภาครัฐยังมีนโยบายให้ อ.ส.ค. รับซื้อน้ำนมดิบเกินกว่าปริมาณตาม MOU ต่อไป ก็ควรจัดสรรงบประมาณชดเชย หรือเตรียมช่องทางการตลาดรองรับควบคู่กัน เพื่อไม่ให้ภารกิจเชิงนโยบายกลายเป็นภาระทางการเงินขององค์กร และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของ อ.ส.ค. ในระยะยาว”



