ในช่วงเวลาที่วิกฤตภูมิอากาศกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก การออกแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนกลายเป็นภารกิจสำคัญของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ เพื่อตอบรับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกและการเร่งเป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้คนในระยะยาว

‘แสนสิริ’ ในฐานะผู้นำด้านดีไซน์และการพัฒนาโครงการคุณภาพ จึงเดินหน้าผลักดันการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด ‘Sansiri Sustainable Design’ ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานบ้านและคอนโดมิเนียมให้ผสานนวัตกรรมกับธรรมชาติ โดยได้ขยายผลสู่ 25 โครงการทั่วประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาวะของผู้อยู่อาศัยในทุกมิติ

พีร์ โปษยานนท์ (ที่ 2 จากซ้าย) ทีม Product Design ร่วมกับคุณอิทธิกร วงศ์ศรีศุภกุล (ที่ 3 จากซ้าย) คุณภัสสรวง ร่มรื่น (ขวา) ทีม Sustainable จากแสนสิริ และคุณมะนาว ศรศิลป์ มณีวรรณ์ (ซ้าย) KOL รุ่นใหม่สาย Healthy ร่วมพูดคุยในงาน Sansiri Sustainable Design: สร้างสุขที่ยั่งยืน

‘พีร์ โปษยานนท์’ Product Development Department บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริเชื่อว่าความยั่งยืนต้องเริ่มต้นที่ต้นน้ำ จึงให้ความสำคัญกับ Green Architecture and Design ตั้งแต่กระบวนการคิดจนถึงการส่งมอบ โดยได้ศึกษาพฤติกรรมการอยู่อาศัยจริงเพื่อปรับการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและวิถีชีวิตของคนไทย สอดคล้องกับหลักการ Nature Based Design Solution ที่เน้นให้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน

แนวคิด Sansiri Sustainable Design ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีแกนหลัก 4 ด้าน ได้แก่

1. Cooliving Design ที่ออกแบบบ้านเย็นสู้โลกร้อนด้วยการวางทิศทางแสงและลมตามธรรมชาติ รวมถึงใช้กระจกเขียวตัดแสงที่ป้องกันรังสี UV ได้ถึง 93% และรังสีอินฟราเรดได้ 97%,

2. Resource Efficiency ซึ่งเป็นการเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดและจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ,

3. Green Materials ที่คัดเลือกวัสดุรักษ์โลก ลดการปล่อยคาร์บอน และส่งเสริมการใช้วัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้างให้นำกลับมาใช้ใหม่ (Upcycling)

4. Health & Well-being Design ที่เน้นสุขภาพของผู้อยู่อาศัย เช่น ระบบกรองอากาศแรงดันบวก ป้องกันฝุ่น PM และการใช้วัสดุตกแต่งภายในแบบ Zero-VOCs รวมถึงการออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับทุกวัย

โครงการต้นแบบ ‘Sansiri Sustainable Home Prototype 1’ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบบ้านนวัตกรรมยั่งยืนแห่งแรกของไทย ซึ่งผ่านการทดสอบและวัดผลจริง ก่อนที่จะขยายผลสู่ 25 โครงการในพอร์ตของแสนสิริ อาทิ เศรษฐสิริ เดอะ เบส ดีคอนโด รวมถึง 2 โครงการใหม่อย่าง วาลเลส เฮาส์ (valles HAUS) และ ไวด์เด็น บาย แสนสิริ ที่นำแนวทางการออกแบบจากต้นแบบไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน

สำหรับโครงการวาลเลส เฮาส์ คอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ 7 ชั้น ภายใต้แบรนด์ HAUS ในย่าน T77 แสนสิริได้ออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติและสุขภาวะอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบบกรองอากาศแรงดันบวกที่สามารถกรองฝุ่นละเอียดถึง 0.1 ไมครอน พร้อมฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV-C ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีช่วยลดการใช้พลังงาน เช่น Solar Panel, Air Inverter และหลอดไฟ LED ประหยัดพลังงาน โครงการนี้ยังเป็น “Pets welcome condominium” แห่งแรกของแบรนด์ HAUS ที่จัดพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงฟังก์ชัน double skin balcony ที่ช่วยระบายอากาศและรับแสงธรรมชาติ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้อยู่อาศัยผ่านสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ฟิตเนสดิจิทัลรุ่นใหม่ Echelon Strength Pro ห้อง Pilates และระบบวารีบำบัดในสระว่ายน้ำระบบเกลือ ซึ่งทั้งหมดสะท้อนแนวคิดการออกแบบเพื่อชีวิตที่ยั่งยืนในทุกมิติ

การดำเนินการในครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำบทบาทผู้นำของแสนสิริในด้านดีไซน์และคุณภาพชีวิต แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการลงมือทำจริงอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050

ทั้งนี้ แสนสิริมองว่าความยั่งยืนไม่เป็นเพียงคำมั่นด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือกลยุทธ์การอยู่รอดของธุรกิจในยุคที่การค้าโลกขับเคลื่อนด้วยมาตรฐาน ESG การลงมือทำจริงตั้งแต่วันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่ทุกชีวิตสามารถเติบโตได้อย่างสมดุลกับธรรมชาติอย่างแท้จริง