คงต้องเรียกว่าปังแบบต่อเนื่องรัวๆ เลยทีเดียว สำหรับนักร้องและนักแต่งเพลงคนดัง เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุ หรือ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ที่หลังจากผ่านมรสุมดราม่าใหญ่กับแม่แท้ๆ อย่าง “แม่เกตุ” ไปหมาดๆ ท่ามกลางกำลังใจจากชาวเน็ตที่พร้อมยืนเคียงข้างสาวเจนนี่ ซึ่งเธอเองก็ได้พลิกวิกฤติครั้งนี้ได้มีการไลฟ์สดขายของต่อเลยทันทีหลังจบดราม่าโดยเธอนั้นทำยอดขาย 4 วันที่ไลฟ์สดได้ถึง 263 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งสร้างปรากฏการณ์เจนนี่ให้เป็นที่พูดถึงไปทั้งประเทศ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดสาวเจนนี่ได้เดินทางไปร่วมพูดคุยในรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 และมีการเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ของเธอ โดยมีบางช่วงบางตอนที่เธอแสดงทัศนคติเกี่ยวกับการตลาดในยุคใหม่ที่น่าสนใจมากๆ และมันก็ได้ผลดี จนทำให้เธอประสบความสำเร็จรับเงินเป็นกอบเป็นกำอยู่ในนาทีนี้เลยทีเดียว
งานนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” เลยไม่พลาด มัดรวมทริคและกลยุทธ์การตลาดฉบับเจนนี่มาฝากกันแล้วจ้า

-เน้นสร้างเอ็นเกจและยอดหลังดราม่า ยอมรับพลิกวิกฤติเป็นโอกาส จะเศร้าอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมาขายของด้วย
-ใช้ความบ้านๆ เอาชนะใจลูกค้าและแบรนด์ต่างๆ ไม่เน้นโปรดักชั่นสวยหรู นั่งไลฟ์สดอยู่กับบ้านชิลชิล ไม่ต้องใช้แสงไฟหรือทีมงานเยอะ เน้นจริงใจกับลูกค้า

-ขอราคาพิเศษจากแบรนด์เพื่อให้ลูกค้าได้ราคาถูก
-ใช้กลยุทธ์ปลาใหญ่อุ้มปลาเล็ก คือเอาดาราที่มีแบรนด์เป็นของตัวเองขึ้นไลฟ์ก่อน เพื่อให้ยอดคนดูเพิ่มและสูง จากนั้นสอดแทรกแบรนด์เล็กเข้าไป เพื่อให้แบรนด์เล็กถูกสนใจและเป็นจังหวะเวลาที่ดีที่ได้แนะนำให้คนที่ดูอยู่จำนวนมากได้รู้จักแบรนด์เล็ก
-ทำอย่างต่อเนื่อง คือไลฟ์สดต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพูดถึง และจะทำต่อเนื่องถ้ายอดยังดี ถ้ายอดคนน้อยลงค่อยหยุดขายแล้วกลับมาใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม

-ครบจบที่เจนนี่ คือถ้าเจ้าของแบรนด์พูดเก่งอยู่แล้ว ก็จะให้เขาพูดเอง แต่ใช้ฐานคนดูของเจนนี่ และทำให้ขายของได้ แต่ถ้าเจ้าของแบรนด์พูดไม่เก่ง จะมีทีมเจนนี่ช่วยพูดและเชียร์ให้
งานนี้เรียกว่า “กลยุทธ์” ของสาวเจนนี่นั้นทำเอานักการตลาดหลายๆ คนต้องหยุดและหันมาปรับตัวตามเธอกันแล้ว เพราะถ้าการ “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส” ของเธอมันรุ่งแบบนี้ไปตลอด ไม่แน่ในอนาคต ตลาดการไลฟ์สดหรือขายของอาจจะดุเดือดและมีอะไรให้เห็นมากกว่านี้แน่นอน

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รัชนก สุวรรณเกตุ



