เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2568 นายสุธีร์ บุญแต่ง อายุ 60 ปี ปู่ของ ด.ช.ธิติวัฒน์ บุญแต่ง หรือ น้องน้ำโขง วัย 8 ขวบ เหยื่อที่เสียชีวิตจากจรวด BM 21 ของทหารกัมพูชาที่ยิงมาตกใส่บ้านที่ บ้านโจรก ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนถึงกรณีที่ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกมาแสดงความกังวลว่าการที่ กัน จอมพลัง นำรถเครื่องเสียงเข้าไปเปิดเสียงเพื่อกดดันชาวกัมพูชา อาจเข้าข่ายละเมิดอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT)

‘อังคณา’ เรียกร้องรัฐบาลไทยชี้แจง กรณีส่งเสียงข้ามพรมแดนกัมพูชา

นายสุธีร์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการปฏิบัติงานของ กัน จอมพลัง อย่างเต็มที่ และอยากถามกลับไปถึง สว.อังคณา ว่า “ท่านไปอยู่ที่ไหนมา” ในตอนที่ น้องน้ำโขง หลานชาย เสียชีวิตคาอกคุณย่า พร้อมกับนายบัณฑิต บุญแต่ง รวม 2 ศพจากจรวดของ กัมพูชา เหตุใดจึงไม่ออกมาแสดงความคิดเห็น หรือเรียกร้องให้ กัมพูชา เยียวยาและรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ แต่กลับเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเขมรกับเรื่องเสียงที่เปิดในดินแดนไทย

นายสุธีร์ กล่าวอีกว่า ในฐานะครอบครัวผู้สูญเสีย วิงวอนไปยังนักสิทธิมนุษยชนว่า เหตุใดจึงไม่นำประเด็นการเสียชีวิตของเด็ก 8 ขวบ ไปฟ้องศาลโลก หรือหน่วยงานต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ชาวโลกรับรู้และประณามการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมนี้บ้าง ทั้งนี้อยากให้กำลังใจ กัน จอมพลัง ให้ทำความดีเพื่อคนไทยและคนชายแดนมาต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ปู่น้องน้ำโขง ยังได้เรียกร้องไปยังทหารให้ “จัดการให้สิ้นซาก” และทำให้ปัญหาชายแดนจบลงในรุ่นนี้ เพื่อไม่ให้ถึงรุ่นลูกหลานต้องเผชิญกับภัยสงครามอีก พร้อมเน้นย้ำว่า “เขมรไว้ใจไม่ได้” และขอให้มีการสร้างรั้วตลอดแนวชายแดน 800 กิโลเมตรให้เสร็จสิ้น โดยระบุว่าขวัญกำลังใจของคนชายแดนเพิ่มขึ้นค่อนข้างเยอะแล้ว “ไม่กลัวสงครามแล้ว พร้อมอพยพ ให้ทหารจัดการให้ทุกอย่างจบ”