พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า กพท. เตรียมเสนอคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) พิจารณายกเลิกข้อบังคับการกำหนดอายุอากาศยานที่นำเข้ามาใช้ประกอบกิจการการบินในประเทศไทยทุกประเภท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย พร้อมทั้งการพิจารณาปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charges : PSC) 6 ท่าอากาศยาน ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และ 1 ท่าอากาศยาน ของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาท่าอากาศยาน และยกระดับการให้บริการผู้โดยสารต่อไป

พลอากาศเอก มนัท กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน กบร. มีองค์ประกอบครบถ้วนแล้ว มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นประธาน คาดว่าจะประชุมเร็วๆ นี้ ไม่เกินเดือน พ.ย. 2568 โดยเรื่องการยกเลิกกำหนดอายุอากาศยานฯ เป็นเรื่องที่ต้องเร่งผลักดัน เพราะขณะนี้สายการบินทั่วโลกมีความต้องการเครื่องบินเข้าประจำฝูงบินจำนวนมาก แต่เครื่องบินใหม่ผลิตไม่ทัน การสั่งซื้อใหม่ต้องรอนาน ดังนั้นการปลดล็อกข้อจำกัดเรื่องอายุอากาศยานฯ จะทำให้สายการบินของไทย จัดหาเครื่องบินเพื่อเช่า ที่มีคุณภาพ และมีความปลอดภัยเข้ามาให้บริการได้มากขึ้น รองรับความต้องการในการเดินทางของผู้โดยสาร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศด้วย

พลอากาศเอก มนัท กล่าวอีกว่า สำหรับข้อบังคับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กพท. กำหนดอายุของอากาศยานที่จะนำมาให้บริการฯ แบ่งเป็น อากาศยานที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจะจัดหามา เพื่อใช้ประกอบกิจการสำหรับการรับขนคนโดยสาร และสินค้า ต้องมีอายุไม่เกิน 16 ปี นับตั้งแต่วันผลิต, อากาศยานสำหรับการรับขนเฉพาะสินค้า มีอายุไม่เกิน 22 ปี และเฮลิคอปเตอร์ มีอายุไม่เกิน 5 ปี ทั้งนี้หากคณะกรรมการ กบร. มีมติเห็นชอบตามที่ กพท. เสนอ จะทำให้ไม่มีเพดานในการกำหนดอายุของอากาศยานอีกต่อไป ซึ่งการกำหนดอายุฯ ทำให้สายการบินของไทยสูญเสียโอกาสในการเช่าเครื่องบินที่ยังอยู่ในสภาพดี และพร้อมใช้งานเข้ามาใช้งาน ขณะที่หลายประเทศในโลกไม่มีข้อจำกัดนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การไม่กำหนดอายุอากาศยาน จะสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยให้ผู้โดยสารได้อย่างไร พลอากาศเอก มนัท กล่าวว่า ความปลอดภัยของเครื่องบินไม่ได้อยู่ที่อายุ การที่สายการบินจะนำเครื่องบินเข้ามาให้บริการ ต้องผ่านการตรวจสอบจาก กพท. ก่อน ต้องได้มาตรฐานความปลอดภัย มีความพร้อมบิน หรือความสมควรเดินอากาศ (Airworthiness) และดูประวัติซ่อมบำรุงเครื่องบินด้วย ขณะเดียวกันระหว่างที่ใช้งาน กพท. จะตรวจสอบสม่ำเสมอ ปัจจุบันเครื่องบิน หากได้รับการบำรุงรักษา และตรวจเช็กอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน จะมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 30-40 ปี

พลอากาศเอก มนัท กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จะเสนอปรับขึ้นค่าบริการ PSC 6 ท่าอากาศยานของ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย โดยเป็นการปรับเพิ่มเฉพาะผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เพิ่มขึ้นอีก 5 บาท จากเดิม 730 บาทต่อคน เป็น 735 บาทต่อคน ขณะที่สิงคโปร์เก็บอยู่ที่ 1,500 บาทต่อคน พร้อมกันนี้จะปรับขึ้นค่าบริการ PSC ให้กับท่าอากาศยานตรัง ของ ทย. ด้วย โดยปรับเพิ่มอีก 25 บาท ทั้งผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ จากเดิม 400 บาทต่อคน เป็น 425 บาทต่อคน และภายในประเทศ จากเดิม 50 บาทต่อคน เป็น 75 บาทต่อคน

พลอากาศเอก มนัท กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้อนุมัติให้ ทย. ปรับขึ้นค่า PSC อัตราใหม่ไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 จำนวน 6 สนามบิน ประกอบด้วย ท่าอากาศยานกระบี่, ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี, ท่าอากาศยานอุบลราชธานี, ท่าอากาศยานขอนแก่น, ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช และท่าอากาศยานพิษณุโลก ทั้งนี้จะให้ท่าอากาศยานของ ทย. ปรับเพิ่มขึ้นเฉพาะสนามบินที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง 3 ระบบมาใช้งาน ได้แก่ บริการตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง, บริการเช็กอินด้วยตัวเองอัตโนมัติ และบริการรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ ซึ่งหาก กบร. เห็นชอบการปรับขึ้นค่า PSC ของ ทอท. และ ทย. ก็จะสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ทันที.